วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568

ศิลปะกับ AI – ใครคือผู้สร้าง ใครคือผู้ถูกลบ

ในวันที่ AI สามารถสร้างภาพอันน่าทึ่งได้จากคำสั่งไม่กี่คำ

คำถามที่โลกศิลปะต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ:

เมื่อผู้สร้างไม่ได้จับพู่กัน ภาพที่ได้ยังถือเป็น “ศิลปะ” หรือไม่?


AI ไม่ได้แค่วาดภาพ — มันเปลี่ยนโครงสร้างความเข้าใจเรื่อง “ศิลปิน”

เครื่องมืออย่าง Midjourney, DALL·E, Stable Diffusion
สามารถผลิตผลงานที่แม้แต่นักวาดมากฝีมือยังต้องยอมรับในคุณภาพ

คำสั่ง prompt ที่ใส่เข้าไป อาจดูเหมือนเพียงแค่การพิมพ์
แต่ในความจริง หลายคนต้องใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ ควบคุม และปรับแต่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพื่อให้ได้องค์ประกอบ แสง สี สไตล์ และอารมณ์ที่ตรงตามเจตนารมณ์ที่สุด

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ “การย้ายจุดศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์”
จากมือของผู้วาด → มาสู่ความสามารถในการกำกับ ผ่านภาษา


คำถามเรื่องสิทธิ์: เราสร้าง แต่เราไม่มีสิทธิ์ในผลงาน?

ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
ภาพที่สร้างจาก AI ยังไม่ถือว่ามีลิขสิทธิ์ เพราะไม่ได้สร้างโดยมนุษย์โดยตรง

นั่นแปลว่า:

  • ผู้ใช้ prompt ไม่มีสิทธิ์ผูกขาดผลงานนั้น

  • ไม่สามารถห้ามผู้อื่นนำไปใช้ซ้ำได้ แม้เป็นภาพที่ตนคิดและกำกับเองทั้งหมด

นี่ไม่ใช่แค่ช่องโหว่ทางกฎหมาย
แต่มันสะท้อนการที่ระบบปัจจุบัน ยังไม่รู้จักวิธีรับมือกับความคิดสร้างสรรค์ในบริบทใหม่
ที่ผู้สร้างไม่ได้จับปากกา แต่ยังคงควบคุมแนวคิดทั้งหมดไว้ในมือ


AI “เรียนรู้” จากใคร? และอะไรคือเส้นแบ่งระหว่างแรงบันดาลใจกับการลอกเลียน

โมเดล AI ที่สร้างภาพระดับสูง ต้องใช้ข้อมูลนับพันล้านภาพในการฝึก
และภาพจำนวนมากในนั้นเป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์ โดยศิลปินเจ้าของไม่รู้ตัว

ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามด้านจริยธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้:

  • ถ้ามนุษย์เรียนรู้จากผลงานของศิลปินคนก่อนโดยไม่ต้องขออนุญาต

  • ถ้าการฝึกฝนศิลปะตลอดประวัติศาสตร์คือการเลียนแบบ ฝึกซ้อม ทำซ้ำ และตีความใหม่
    ทำไมการที่ AI ทำแบบเดียวกันจึงถูกมองว่า “ลอกเลียน”?

หรือปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงที่ AI ทำมัน “เร็วกว่า และมากกว่า”
จนมนุษย์รู้สึกถูกท้าทาย


ทักษะฝีมือยังมีความหมาย — และไม่ควรถูกลดค่า

ในการพูดถึงคุณค่าของผู้สร้างผ่าน AI
ไม่จำเป็นต้องลดค่าของศิลปินที่ฝึกฝนทักษะวาดมือมาเป็นสิบปี

การวาดด้วยมือยังคงมีความงามเฉพาะตัว ความละเอียด และความรู้สึกที่สัมผัสได้จากปลายนิ้ว
ความเข้าใจในสรีระ มิติ แสง เงา และสื่ออารมณ์ผ่านฝีมือมนุษย์ ยังมีพลัง
และควรได้รับความเคารพเช่นเดียวกัน

การยอมรับ AI art ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ hand-drawn art
เช่นเดียวกับการยอมรับภาพถ่าย ไม่ได้ทำให้จิตรกรรมสูญพันธุ์ 

 ทิศทางในอนาคต: ความหลากหลายของผู้สร้างคือคำตอบ

โลกศิลปะในวันข้างหน้า จะไม่แบ่งแยกผู้สร้างตามเครื่องมืออีกต่อไป

  • ผู้วาดด้วยมือ

  • ผู้สร้างผ่าน AI

  • ผู้ hybrid ระหว่างสองโลก

  • ผู้กำกับงานศิลป์ผ่านภาษา

  • หรือแม้แต่ผู้ร่วมสร้างผ่านการ collaborate กับระบบอัตโนมัติ

ทุกคนคือผู้มีบทบาทในระบบนิเวศศิลปะใหม่
และแนวทางการยอมรับที่แท้จริง คือ การเคารพความตั้งใจในการสร้างงาน ไม่ว่าจะใช้วิธีใด


บทสรุป: กฎหมายอาจยังไม่รับรอง แต่สังคมควรเริ่ม “ยอมรับ”

แม้ในปัจจุบัน กฎหมายยังไม่ให้สิทธิ์ลิขสิทธิ์กับภาพที่สร้างจาก AI
แม้ชื่อของผู้ใช้ prompt จะไม่ถูกจารึกในฐานะ “เจ้าของผลงาน” อย่างเป็นทางการ

แต่…

“การไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่ได้แปลว่าไม่มีคุณค่า”

ภาพที่เกิดจากการตั้งใจคิด ตั้งใจสร้าง และผ่านกระบวนการตีความ
ยังคงเป็นผลงานที่สะท้อนจินตนาการของมนุษย์อย่างแท้จริง

สิ่งที่โลกศิลปะควรให้ความสำคัญในวันนี้ ไม่ใช่แค่ “ใครวาด”
แต่คือ “ใครกำลังพยายามสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจของเขา”

และวันหนึ่ง AI art จะไม่ได้ถูกมองว่า “เป็นของปลอม”
แต่จะถูกรับรู้ในบริบทเดียวกับเครื่องมือศิลปะอื่น ๆ —
ในฐานะ ส่วนขยายของความคิดสร้างสรรค์มนุษย์

พม่าในวันที่คนอยู่ไม่ได้ แล้วไทยควรทำอย่างไร?

บทนำ: แผ่นดินไหวที่ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ ในวันที่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 8.2 เขย่าภาคกลางของเมียนมา พร้อมยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งเกินพัน และโค...