วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

งานวิจัยออสเตรเลียพบ “พิษผึ้ง–เมลิตติน” ทำลายเซลล์มะเร็งเต้านมชนิดดุในแล็บได้รวดเร็ว แต่ยังไม่ใช่การรักษาในคน

ทีมนักวิจัยจาก Harry Perkins Institute of Medical Research และมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย (University of Western Australia: UWA) รายงานผลการทดลองว่า “พิษผึ้งน้ำหวาน” และสารสำคัญชื่อ เมลิตติน (melittin) สามารถลดความมีชีวิตของเซลล์มะเร็งเต้านมชนิดที่รักษายากอย่าง triple-negative (TNBC) และ HER2-enriched ได้อย่างรวดเร็วในการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยมีรายงานว่าเมลิตตินสามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์มะเร็งได้ภายในราว 60 นาทีในเงื่อนไขที่กำหนด (perkins.org.au)

งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร npj Precision Oncology เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2020 ภายใต้ชื่อ “Honeybee venom and melittin suppress growth factor receptor activation in HER2-enriched and triple-negative breast cancer” (PubMed)

เมลิตตินทำงานอย่างไร

นักวิจัยอธิบายว่า เมลิตตินเป็นเปปไทด์ที่มีประจุบวก สามารถเข้าไป “รบกวนเยื่อหุ้มเซลล์” และยับยั้งการทำงานของตัวรับสัญญาณการเจริญเติบโตที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง เช่น EGFR และ HER2 ผ่านการรบกวนการกระตุ้น (phosphorylation) ของตัวรับเหล่านี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่อาจทำให้เซลล์มะเร็งหยุดโตและตายลง (PubMed)

พิษบัมเบิลบีไม่เหมือนพิษผึ้งน้ำหวาน

ทีมวิจัยและข่าวจากสถาบันระบุว่า เมลิตตินเป็นสารสำคัญที่พบในพิษของ “ผึ้งน้ำหวาน” แต่ ไม่พบในพิษของบัมเบิลบี ที่นำมาทดลองในงานชุดเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับการที่พิษบัมเบิลบีไม่ให้ผลเด่นเท่าในแบบทดสอบนั้น (uwa.edu.au)

มีสัญญาณเชิงบวกในสัตว์ทดลอง แต่ยังห่างจาก “ยารักษา”

นอกจากการทดสอบในเซลล์ (in vitro) บทคัดย่อใน PubMed ระบุด้วยว่า การให้เมลิตตินสามารถ เสริมฤทธิ์ยาเคมีบำบัด docetaxel ในการกดการโตของก้อนมะเร็งในโมเดล allograft (PubMed) อย่างไรก็ตาม นี่เป็นหลักฐานระดับพรีคลินิก (preclinical) ซึ่งยังต้องผ่านขั้นตอนพัฒนายา การประเมินความปลอดภัย และการทดลองทางคลินิกในคนก่อนจะสรุปได้ว่าใช้รักษาได้จริง

ข้อควรเข้าใจให้ตรง: “ฆ่าเซลล์ได้ใน 60 นาที” คือผลในแล็บ

แหล่งข่าวของสถาบันและ UWA ระบุว่า “ที่ความเข้มข้นหนึ่ง” พิษผึ้งทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งได้ 100% และเมลิตตินทำลายเยื่อหุ้มเซลล์มะเร็งได้ภายใน 60 นาที (perkins.org.au) แต่ข้อความเหล่านี้หมายถึง การทดลองในจานเพาะเซลล์ภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมได้ ไม่ได้แปลว่า “ใช้กับผู้ป่วยแล้วได้ผลใน 1 ชั่วโมง”

นักวิจัยมองไปที่การ “ส่งยาให้ตรงเป้า”

ในข่าวสรุป งานวิจัยชี้แนวทางต่อยอด เช่น การทำเมลิตตินแบบสังเคราะห์ และแนวคิดการพัฒนาให้เป็นการรักษาที่ “ตรงเป้า” มากขึ้น รวมถึงการใช้ร่วมกับยาต้านมะเร็งบางชนิด (perkins.org.au)

หมายเหตุความปลอดภัย: ไม่ควรตีความว่า “การโดนผึ้งต่อย” หรือ “ใช้พิษผึ้งเอง” เป็นการรักษามะเร็ง เพราะเสี่ยงอันตรายจากอาการแพ้รุนแรง และไม่ใช่วิธีการรักษาที่ผ่านการพิสูจน์และควบคุมขนาดยาในทางการแพทย์

อ้างอิงหลัก

  • บทความวิจัยใน npj Precision Oncology (2020) (Nature)

  • ข่าวสรุปจาก Harry Perkins Institute และ UWA (เผยแพร่ 2 ก.ย. 2020) (perkins.org.au)

งานวิจัยออสเตรเลียพบ “พิษผึ้ง–เมลิตติน” ทำลายเซลล์มะเร็งเต้านมชนิดดุในแล็บได้รวดเร็ว แต่ยังไม่ใช่การรักษาในคน

ทีมนักวิจัยจาก Harry Perkins Institute of Medical Research และมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย (University of Western Australia: UWA) รายงานผล...