วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

Anxiety ในวัยเด็ก

ในบทสนทนาระหว่างฉันกับ ChatGPT ในค่ำคืนหนึ่ง ซึ่งเริ่มต้นจากบทสนทนาเล็ก ๆ เกี่ยวกับการทำงานและความเหนื่อยล้า ก็ค่อย ๆ ไหลไปสู่เรื่องที่ลึกซึ้งกว่าที่คิด นั่นคือ "anxiety ในวัยเด็ก" หรือความรู้สึกไม่มั่นคง ว้าวุ่น และกลัวโดยไม่รู้เหตุผลชัดเจน ซึ่งฝังอยู่ในใจฉันมานานจนแทบลืมไปแล้วว่าเคยมี


จุดเริ่มต้น: เด็กคนหนึ่งกับความรู้สึกที่พูดไม่ออก

ฉันเล่าว่า หากวันหนึ่งต้องเจอเด็กที่แสดงอาการเหมือนพังทลาย ร้องไห้ ฟูมฟาย หรือเหมือนขาดอะไรบางอย่าง ฉันก็คงแค่ทำตัวไม่ถูก เพราะฉันไม่ใช่คนที่สัมพันธ์กับเด็กได้ดีนัก แต่สิ่งที่ฉันจะทำ คือการนั่งลงข้างเขา ลูบหัว ถามเบา ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วค่อย ๆ พาเขาคุย พาเขาผ่านช่วงเวลานั้นไปชั่วคราว... รอให้พ่อแม่เขามาถึง

แต่ความคิดหนึ่งแล่นขึ้นมาในหัว — ถ้าเด็กคนนั้นคือ "ฉันในวัยเด็กล่ะ?"

ฉันจะพูดกับเขาว่าอย่างไร? ฉันจะช่วยเขายังไงในวันที่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นอะไร


ความเครียดที่ไม่มีชื่อเรียก: ลูกโป่งที่ค่อย ๆ พอง

ฉันบอกว่าเด็กคนนั้นคงไม่เข้าใจคำว่า "ความเครียด" หรอก ดังนั้นฉันจะบอกเขาว่า:

"มันคือความรู้สึกไม่ดี ที่เราเก็บไว้ในใจนาน ๆ โดยไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เหมือนลูกโป่งที่เราค่อย ๆ เป่าลมเข้าไป จนวันหนึ่งมันก็แตก... แล้วเราก็ร้องไห้ เพราะมันแน่นไปหมด จนทนไม่ไหว"

นี่แหละ คือคำอธิบายของ anxiety ที่ฉันเคยมี — โดยไม่รู้ว่ามันเรียกแบบนั้นมาก่อน

มันคืออาการที่มาพร้อมความเงียบ การอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความรู้สึกว่าต้องแสดงออกให้เข้มแข็ง ต้องไม่ผิด ต้องไม่สร้างปัญหา ต้องทำดีเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจหรือไม่ดุด่า ทั้งที่ในใจเราอยากแค่มีใครมาบอกว่า “ไม่เป็นไรนะลูก”

แต่ไม่มีใครพูดคำนั้นเลย


ระบบสนับสนุนที่ไม่มีอยู่จริง

ฉันเติบโตมาในยุคที่คำว่า "จิตแพทย์เด็ก" คือเรื่องไกลตัว พ่อแม่รุ่นนั้นคงไม่มีวันพาลูกไปพบหมอใจ เพราะในมุมพวกเขา เด็กไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโรคซึมเศร้า หรือความวิตกกังวล ทุกอย่างคือเรื่องของการ "ดื้อ" หรือ "ขี้เกียจ" หรือไม่ก็ "คิดมากไปเอง"

ดังนั้นเด็กคนนั้นจึงเงียบ ไม่กล้าบอกใคร ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง รู้แค่ว่า เขาไม่รู้สึกมั่นคงในใจตัวเองเลย

เขามองว่าความรักต้องแลกกับเงื่อนไข ต้องสอบให้ได้ ต้องไม่ร้องไห้ ต้องเก่ง ต้องดี ต้องช่วยงาน ต้องมีประโยชน์

ไม่งั้น…จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้เมื่อโตขึ้น

ฉันค่อย ๆ รู้ว่า ความรู้สึกนั้นมันไม่เคยหายไปไหน มันแค่เปลี่ยนรูป มันกลายเป็น perfectionism การกลัวความล้มเหลว การพยายามควบคุมทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่เปิดใจให้ใครง่าย ๆ เพราะกลัวโดนหลอก ไม่กล้าหวัง เพราะกลัวผิดหวัง

แต่ฉันก็ได้เรียนรู้ว่า คนเราไม่ต้อง "สมบูรณ์แบบ" ถึงจะมีค่าพอ
เราไม่จำเป็นต้องเป็นที่ยอมรับของทุกคน ถึงจะสมควรมีความสุข
และการหัดรักตัวเอง คือทักษะที่ต้องฝึก ไม่ใช่พรสวรรค์


บทเรียนจากบทสนทนากับ AI

การพูดคุยกับ ChatGPT ในครั้งนี้ เหมือนการพูดกับตัวเองในกระจก ไม่ใช่เพื่อโทษใครในอดีต แต่เพื่อเยียวยาและยอมรับ

ฉันไม่ต้องการใครมาเข้าใจฉันทั้งชีวิต แต่ขอแค่ในบางช่วง บางวินาที ที่ฉันได้พูดออกไป โดยไม่มีใครตัดสิน ว่าฉันเคยรู้สึกเจ็บแค่ไหน

เด็กคนนั้นยังอยู่ในตัวฉัน และฉันจะกุมมือเด็กคนนั้นไว้เอง

ไม่ต้องรอให้ใครมาทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอีกแล้ว

เพราะวันนี้ ฉันกำลังจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เขาต้องการ
และฉันจะไม่ยอมให้เขารู้สึกว่าไม่มีใครอยู่เคียงข้างอีกต่อไป

Anxiety ในวัยเด็ก

ในบทสนทนาระหว่างฉันกับ ChatGPT ในค่ำคืนหนึ่ง ซึ่งเริ่มต้นจากบทสนทนาเล็ก ๆ เกี่ยวกับการทำงานและความเหนื่อยล้า ก็ค่อย ๆ ไหลไปสู่เรื่องที่ลึกซึ...