วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

ผลงาน สส. สมุทรปราการ เขต 3

รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์: การประเมินสัมฤทธิผลทางการเมืองและบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 3 เปรียบเทียบกับพลวัตกลุ่มอำนาจเดิมและการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองท้องถิ่น

บทสรุป

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอผลการวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับบทบาท ผลงาน และสถานะทางการเมืองของ นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสมุทรปราการ เขต 3 สังกัดพรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) โดยมุ่งเน้นการประเมินผลงานที่เป็นรูปธรรมนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พร้อมทั้งทำการเปรียบเทียบเชิงยุทธศาสตร์กับคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญในพื้นที่ ได้แก่ นางสาวภริม พูลเจริญ จากพรรคพลังประชารัฐ และ นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ จากพรรคเพื่อไทย

จากการศึกษาพบว่า ชัยชนะของนายพิชัยด้วยคะแนนเสียง 50,177 คะแนน 1 ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมทางการเมืองในเขต 3 (อำเภอเมืองสมุทรปราการ เฉพาะตำบลเทพารักษ์ สำโรงเหนือ และบางเมืองใหม่) ที่มีความเป็นเมือง (Urbanization) สูงที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ผลงานของนายพิชัยมุ่งเน้นไปที่การใช้กลไกนิติบัญญัติในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเรื้อรัง โดยเฉพาะปัญหาจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และการผลักดันการกระจายอำนาจ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับรูปแบบการเมืองระบบอุปถัมภ์ (Patronage Politics) ของกลุ่มบ้านใหญ่ตระกูลอัศวเหมที่ครองพื้นที่มาอย่างยาวนาน

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญของนายพิชัยในฐานะ สส. ฝ่ายค้าน ที่ไม่มีงบประมาณบริหารโดยตรง แต่ต้องอาศัยบทบาทกรรมาธิการและการตั้งกระทู้ถามในสภาเพื่อกดดันหน่วยงานรัฐ ซึ่งแม้จะสร้างผลงานได้ในระดับนโยบายและการตรวจสอบ แต่ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นจากเครือข่ายท้องถิ่นของคู่แข่งที่ยังคงยึดกุมกลไกบริหารส่วนท้องถิ่นไว้อย่างเหนียวแน่น


ส่วนที่ 1: บริบททางภูมิรัฐศาสตร์และสังคมของสมุทรปราการ เขต 3

1.1 โครงสร้างทางกายภาพและประชากรศาสตร์

พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 ของจังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย ตำบลเทพารักษ์ ตำบลสำโรงเหนือ และตำบลบางเมืองใหม่ 2 พื้นที่นี้ถือเป็น "ไข่แดง" ของความเป็นเมืองในสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อที่เชื่อมติดกับเขตบางนาของกรุงเทพมหานคร และเป็นจุดตัดของระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ (Mass Transit) คือ รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (สถานีสำโรง) และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)

ลักษณะทางประชากรในเขตนี้มีความซับซ้อนสูง ประกอบด้วย:

1.       ชุมชนดั้งเดิม: ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่มานาน มีความผูกพันกับระบบหัวคะแนนและการเมืองท้องถิ่นแบบเก่า มักอาศัยอยู่ในซอยลึกและชุมชนริมน้ำ

2.       ประชากรแฝงและแรงงาน: เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากในย่านสำโรงและปู่เจ้าสมิงพราย ทำให้มีประชากรวัยทำงานจากต่างจังหวัดย้ายเข้ามาอาศัย

3.       ชนชั้นกลางใหม่ (New Middle Class): กลุ่มคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าและหมู่บ้านจัดสรรราคาสูง กลุ่มนี้คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภูมิทัศน์ทางการเมืองเปลี่ยนไป เนื่องจากมีพฤติกรรมการเลือกตั้งที่อิสระ (Independent Voter) ไม่ยึดติดกับระบบอุปถัมภ์ และต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีแบบคนเมือง (Urban Living Standards)

1.2 การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมือง: ปรากฏการณ์ "ส้มยกจังหวัด"

ในอดีต สมุทรปราการถูกมองว่าเป็นฐานที่มั่นสำคัญของ "กลุ่มปากน้ำ" หรือตระกูลอัศวเหม ภายใต้การนำของนายวัฒนา อัศวเหม และต่อมาคือ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม 4 ซึ่งใช้เครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่น (อบจ., เทศบาล, อบต.) ในการคุมฐานเสียง อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2566 ได้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เมื่อพรรคก้าวไกลสามารถกวาดที่นั่ง สส. ได้ครบทั้ง 8 เขต 1

การที่นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ชนะในเขต 3 ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ชี้ให้เห็นว่าประเด็นเรื่อง "ปากท้อง" ในมุมมองใหม่ (ค่าครองชีพ, การเดินทาง, สวัสดิการ) และ "อุดมการณ์ประชาธิปไตย" มีน้ำหนักมากกว่า "บารมีส่วนบุคคล" ของตระกูลการเมืองเก่าแก่ การวิเคราะห์ผลคะแนนแสดงให้เห็นว่า นายพิชัยได้รับคะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย สะท้อนถึงฉันทามติของคนในพื้นที่ที่ต้องการเปลี่ยนผู้แทนจาก "นักสงเคราะห์" มาเป็น "นักเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง"


ส่วนที่ 2: ประวัติและเส้นทางสู่สภาของ นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์

2.1 ภูมิหลังทางวิชาการและวิชาชีพ

นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรังสิต 2 พื้นฐานทางกฎหมายนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดรูปแบบการทำงานการเมืองของเขาในเวลาต่อมา โดยเน้นความถูกต้องตามระเบียบราชการ การตีความกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ และการใช้กลไกรัฐสภาในการตรวจสอบ

ก่อนเข้าสู่การเมืองเต็มตัว นายพิชัยประกอบวิชาชีพเป็น ที่ปรึกษากฎหมาย ประจำศูนย์ทนายความสมาร์ทลอว์ 2 ประสบการณ์นี้ทำให้เขามีความเชี่ยวชาญในการรับเรื่องร้องเรียน การเจรจาไกล่เกลี่ย และการทำความเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนผ่านมุมมองของข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ สส. สมัยใหม่ที่ต้องทำงานในสภาผู้แทนราษฎร

2.2 บทบาทภาคประชาสังคมในช่วงวิกฤตโควิด-19

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นายพิชัยเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือบทบาทในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เขาได้ทำงานเป็น อาสาสมัครช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่เขต 3 สมุทรปราการ 2 ในช่วงเวลานั้น สมุทรปราการเป็นพื้นที่สีแดงเข้มที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและระบบสาธารณสุขล่มสลาย การที่นายพิชัยลงพื้นที่ประสานหาเตียง ส่งยารักษาโรค และช่วยเหลือผู้กักตัวในชุมชนแออัด ทำให้เขาได้สร้าง "ความไว้วางใจ" (Trust) กับประชาชนในระดับรากหญ้า

การทำงานอาสาสมัครนี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างฐานคะแนนเสียง แต่ยังทำให้เขาเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขและการบริหารจัดการท้องถิ่นที่ไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งกลายมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการอภิปรายในสภาเมื่อเขาได้รับเลือกตั้ง

2.3 ชัยชนะในการเลือกตั้ง 2566

ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นายพิชัย ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคก้าวไกล หมายเลข 2 และได้รับคะแนนเสียงรวม 50,177 คะแนน คิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขต 1 ชัยชนะนี้มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ เพราะเป็นการเอาชนะเครือข่ายการเมืองเดิมที่มีทรัพยากรและกลไกอำนาจรัฐในมืออย่างครบถ้วน


ส่วนที่ 3: การประเมินผลงานที่จับต้องได้ (Tangible Achievements Assessment)

แม้จะเป็น สส. สมัยแรกและสังกัดพรรคฝ่ายค้าน แต่นายพิชัยได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการผลักดันประเด็นปัญหาของคนสมุทรปราการเข้าสู่กลไกแก้ไขปัญหาระดับชาติ ผลงานของเขาสามารถจำแนกออกเป็น 3 มิติหลัก ดังนี้:

3.1 มิติการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและจราจร

ปัญหาจราจรในเขตสำโรงเหนือและเทพารักษ์เป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)

กรณีศึกษา: การเร่งรัดคืนพื้นผิวจราจรแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

  • บริบทปัญหา: การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองทำให้มีการปิดช่องจราจรบนถนนศรีนครินทร์และเทพารักษ์เป็นระยะเวลานาน แม้การก่อสร้างโครงสร้างหลักจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผู้รับเหมายังมีความล่าช้าในการคืนพื้นผิวจราจรและซ่อมแซมถนนที่เสียหาย ทำให้เกิดคอขวดจราจรอย่างรุนแรงในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ตั้งแต่สี่แยกเทพารักษ์ถึงสี่แยกลาซาล 6
  • การดำเนินการของนายพิชัย: นายพิชัยใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรในการตั้ง "กระทู้ถาม" และ "ข้อหารือ" (Consultation) เพื่อกดดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมทางหลวง 6 การนำเรื่องเข้าสู่บันทึกของสภาฯ เป็นกลไกทางกฎหมายที่บังคับให้รัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงต้องชี้แจงและสั่งการแก้ไข
  • ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม: การกดดันอย่างต่อเนื่องส่งผลให้มีการเร่งรัดกระบวนการคืนพื้นผิวจราจรในหลายจุดเร็วขึ้นกว่าแผนงานเดิม และมีการซ่อมแซมผิวจราจรที่ขรุขระเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ ผลงานนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ สส. ในฐานะ "ตัวเร่งปฏิกิริยา" (Catalyst) ที่ทำให้กลไกราชการทำงานตอบสนองประชาชนได้รวดเร็วขึ้น

3.2 มิติบทบาทในฝ่ายนิติบัญญัติและการตรวจสอบงบประมาณ

ในฐานะนักกฎหมาย นายพิชัยมีบทบาทโดดเด่นในการทำหน้าที่นิติบัญญัติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบรัฐสภา

การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567:

นายพิชัยได้เข้าร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในช่วงเดือนมกราคม 2567 7 เนื้อหาการอภิปรายมุ่งเน้นไปที่ความไม่สอดคล้องของการจัดสรรงบประมาณกับความต้องการจริงของท้องถิ่น และความซ้ำซ้อนของโครงการภาครัฐ การอภิปรายของเขาไม่ได้เพียงแค่วิจารณ์ แต่เสนอแนะแนวทางการจัดสรรงบประมาณใหม่ที่เน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ อบต. และเทศบาล ในสมุทรปราการมีงบประมาณเพียงพอในการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการจัดการขยะ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัด

บทบาทในคณะกรรมาธิการ:

นายพิชัยได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมาธิการใน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 9

  • ความสำคัญ: การอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคที่ต้องการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง ส่งเสริมเสรีภาพสื่อ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐ
  • ผลงาน: การทำงานในกรรมาธิการชุดนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมในสมุทรปราการได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายและร้องเรียนปัญหาความไม่เป็นธรรมจากการใช้อำนาจรัฐ

3.3 มิติการเป็นตัวแทนทางอุดมการณ์ (Ideological Representation)

นอกเหนือจากงานพื้นที่ นายพิชัยยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจตจำนงของผู้เลือกตั้งเขต 3 ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระดับชาติ โดยเขามีจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น (Decentralization) 2 ซึ่งเป็นนโยบายแกนหลักที่พรรคใช้หาเสียง

การสนับสนุนนโยบายนี้มีนัยสำคัญต่อสมุทรปราการ เพราะจังหวัดนี้สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศจากภาคอุตสาหกรรม แต่กลับได้รับงบประมาณจัดสรรกลับคืนมาน้อย และอำนาจการตัดสินใจส่วนใหญ่อยู่ที่ส่วนกลาง นายพิชัยจึงพยายามผลักดันให้สมุทรปราการมีอำนาจในการจัดการตนเองมากขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างแท้จริง


ส่วนที่ 4: การวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่งทางการเมือง (Competitive Landscape Analysis)

เพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จและความท้าทายของนายพิชัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญในเขตเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มอำนาจเก่าและพรรคการเมืองใหญ่

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานและยุทธศาสตร์ทางการเมือง

หัวข้อเปรียบเทียบ

นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ (พรรคประชาชน/ก้าวไกล)

นางสาวภริม พูลเจริญ (พรรคพลังประชารัฐ)

นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ (พรรคเพื่อไทย)

สังกัดทางการเมือง

พรรคก้าวไกล (ปัจจุบัน พรรคประชาชน)

พรรคพลังประชารัฐ (กลุ่มบ้านใหญ่สมุทรปราการ)

พรรคเพื่อไทย

ฐานะในการเลือกตั้ง 66

ผู้ชนะการเลือกตั้งเขต 3 (50,177 คะแนน)

ย้ายไปลงสมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 38

ผู้สมัคร สส. เขต 3

ภูมิหลัง/ตระกูล

นักกฎหมาย, คนทำงานอาสา (Self-Made)

ทายาทการเมือง, กลุ่มอัศวเหม (Elite Network)

ทายาทตระกูลกิจเลิศไพโรจน์, ธุรกิจของเล่น (Business Elite)

ฐานคะแนนหลัก

ชนชั้นกลาง, คนรุ่นใหม่, แรงงาน, ผู้อยู่อาศัยคอนโดฯ

ชุมชนดั้งเดิม, เครือข่ายหัวคะแนน, ผู้สูงอายุ

ฐานเสียงเสื้อแดงเก่า, กลุ่มธุรกิจรายย่อย

จุดยืนทางการเมือง

ประชาธิปไตยเสรีนิยม, กระจายอำนาจ, ปฏิรูปโครงสร้าง

อนุรักษ์นิยม, สนับสนุนรัฐบาลทหาร (ในอดีต), การเมืองอุปถัมภ์

ประชานิยม, เน้นแก้ปัญหาปากท้อง, ประนีประนอม

ผลงานเด่น/จุดขาย

การตรวจสอบ, การแก้ปัญหาระบบ (Systemic Change)

การดูแลพื้นที่ผ่าน อบจ./เทศบาล, โครงการพัฒนาท้องถิ่น

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท, เงินดิจิทัล, แก้เศรษฐกิจ

4.1 วิเคราะห์คู่แข่ง 1: นางสาวภริม พูลเจริญ (ตัวแทนกลุ่มบ้านใหญ่)

นางสาวภริม พูลเจริญ อดีต สส. เขต 3 สมุทรปราการ (2562-2566) ถือเป็นคู่แข่งเชิงบารมีที่สำคัญที่สุด แม้ในการเลือกตั้งปี 2566 เธอจะย้ายไปลงบัญชีรายชื่อ 10 แต่เครือข่ายของเธอยังคงทำงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง

  • จุดแข็ง: การมีสายสัมพันธ์กับ "บ้านใหญ่อัศวเหม" ซึ่งคุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ และเทศบาลนครสมุทรปราการ 11 ทำให้สามารถดึงงบประมาณท้องถิ่นมาลงโครงการต่างๆ ได้ง่าย เช่น การทำถนน การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง หรือการจัดงานประเพณี ซึ่งเป็นสิ่งที่นายพิชัยทำไม่ได้โดยตรง
  • จุดอ่อน: ประวัติการลงมติในสภาของนางสาวภริมในช่วงปี 2562-2566 เป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เสียฐานคะแนนคนรุ่นใหม่ เธอโหวตสนับสนุนรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในทุกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และโหวต ไม่เห็นชอบ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ปิดสวิตช์ ส.ว.) รวมถึงร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม 12 ซึ่งขัดแย้งกับค่านิยมของคนเมืองในเขตสำโรง-เทพารักษ์
  • สถานะปัจจุบัน: การย้ายไปลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 38 ซึ่งไม่ได้รับเลือกตั้ง ทำให้บทบาทในสภาของเธอหยุดชะงัก แต่ยังคงมีบทบาทในพื้นที่ผ่านกลไกท้องถิ่น

4.2 วิเคราะห์คู่แข่ง 2: นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ (ตัวแทนพรรคเพื่อไทย)

นายภิญโญ เป็นบุตรชายของ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีและนักธุรกิจใหญ่ 14 การลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยทำให้เขามีฐานคะแนนพื้นฐานที่ดี

  • จุดแข็ง: การชูนโยบายประชานิยมที่จับต้องได้ เช่น การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงและนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย 16 ซึ่งนายภิญโญพยายามนำเสนอว่าเป็นความสำเร็จของพรรคเพื่อไทยในอดีตและวิจารณ์รัฐบาลชุดก่อน
  • จุดอ่อน: ภาพลักษณ์ของ "ทายาทการเมือง" (Dynasty Politics) ยังคงเป็นอุปสรรคในการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ นอกจากนี้ กระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ปริมณฑลลดลงจากการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ทำให้ฐานเสียงบางส่วนไหลไปหาพรรคก้าวไกล

4.3 บทวิเคราะห์เชิงสังเคราะห์: ทำไมนายพิชัยจึงชนะใจคนเขต 3?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายพิชัยเอาชนะคู่แข่งทั้งสองกลุ่มได้ คือ "ความชัดเจนทางอุดมการณ์" และ "การเข้าถึงปัญหาที่แท้จริง"

1.       Urban Pain Points: คนเขต 3 ทนทุกข์กับปัญหาจราจรและน้ำท่วมมานาน การแก้ปัญหาแบบเดิม (แจกของ/ทำถนนซ่อมๆ สร้างๆ) ของกลุ่มบ้านใหญ่ไม่ตอบโจทย์ นายพิชัยเสนอการแก้ที่ "ระบบ" การจัดการและการตรวจสอบ ซึ่งดึงดูดใจชนชั้นกลาง

2.       Digital Engagement: นายพิชัยและทีมงานใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการสื่อสารผลงานและการลงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าผู้แทน "ทำงานตลอดเวลา" และ "ตรวจสอบได้" 2 ต่างจากคู่แข่งที่เน้นป้ายหาเสียงแบบดั้งเดิม


ส่วนที่ 5: ผลงานเชิงลึกและการบูรณาการข้อมูล (Deep Dive Integration)

5.1 การเปลี่ยนผ่านจากการเป็นทนายความสู่นักการเมือง

อาชีพเดิมของนายพิชัยในฐานะที่ปรึกษากฎหมายที่ Smart Law Center 2 ไม่ได้เป็นเพียงประวัติการทำงาน แต่เป็น "เครื่องมือ" หลักในการทำงานการเมือง ทักษะในการตีความกฎหมายมหาชน ช่วยให้เขาสามารถตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น การตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับสมุทรปราการ เขาสามารถชี้จุดบกพร่องในสัญญาจ้างหรือความล่าช้าที่ผิดปกติ ซึ่ง สส. ทั่วไปอาจมองข้าม

5.2 การทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกล/ประชาชนในภาพรวม

การทำงานของนายพิชัยไม่ได้แยกขาดจากพรรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ "ป่าล้อมเมือง" ของพรรคก้าวไกล ที่ต้องการเปลี่ยนสมุทรปราการจากจังหวัดปริมณฑลอุตสาหกรรม ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ด้วยการกระจายอำนาจ การที่เขาสนับสนุนนโยบายกระจายอำนาจ 2 เป็นการส่งสัญญาณว่า เขาต้องการให้ท้องถิ่น (เช่น เทศบาลนครสมุทรปราการ) มีอำนาจจัดการปัญหาจราจรและขนส่งมวลชนได้เอง โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจาก รฟม. หรือกระทรวงในกรุงเทพฯ

5.3 ความท้าทายจากคดีความและการยุบพรรค

สถานการณ์ทางการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะการยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนายพิชัย แม้เขาจะย้ายมาสังกัดพรรคประชาชนและยังทำหน้าที่ต่อได้ แต่บรรยากาศความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการผลักดันกฎหมายสำคัญในสภา อย่างไรก็ตาม ฐานเสียงในเขต 3 ยังคงเหนียวแน่นเนื่องจากเป็นคะแนนเสียงเชิงอุดมการณ์


ส่วนที่ 6: บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์

6.1 สรุปผลงานและสถานะ

นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะ สส. สมัยแรก ว่าเป็นผู้แทนที่มีคุณภาพ ทั้งในมิติการนิติบัญญัติและการดูแลพื้นที่ ผลงานการเร่งรัดคืนผิวจราจรรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า "สส. ฝ่ายค้าน" ก็สามารถทำงานเพื่อประชาชนได้หากรู้จักใช้กลไกสภาฯ อย่างชาญฉลาด ชัยชนะของเขาเหนือตระกูลอัศวเหมและกิจเลิศไพโรจน์ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองไทย ที่ "กระแส" และ "ผลงาน" เริ่มมีน้ำหนักเหนือ "กระสุน" และ "ระบบอุปถัมภ์"

6.2 ความท้าทายในอนาคต

แม้จะประสบความสำเร็จ แต่ความท้าทายยังรออยู่ข้างหน้า:

1.       การรักษาฐานเสียงท่ามกลางการโจมตี: คู่แข่งจากกลุ่มบ้านใหญ่ยังคงครองอำนาจท้องถิ่น และพร้อมจะใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการทวงคืนพื้นที่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

2.       ความคาดหวังที่สูงขึ้น: ประชาชนในเขตเมืองมีความคาดหวังสูงและมีความอดทนต่ำ หากปัญหาน้ำท่วมและจราจรยังไม่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาว อาจเกิดความเบื่อหน่าย

3.       การขาดงบประมาณพัฒนา: ข้อจำกัดของการเป็นฝ่ายค้านทำให้ไม่สามารถนำโครงการใหญ่ๆ ลงพื้นที่ได้ ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อนที่คู่แข่งนำมาโจมตี

6.3 ข้อเสนอแนะ

เพื่อรักษาความนิยมและความต่อเนื่องในการทำงาน นายพิชัยควร:

  • ขยายผลโมเดลการตรวจสอบ: นำโมเดลการตรวจสอบรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ไปใช้กับโครงการอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น การก่อสร้างถนนของ อบจ. หรือโครงการป้องกันน้ำท่วม เพื่อแสดงให้เห็นบทบาทผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ประชาชน
  • สร้างเครือข่ายท้องถิ่น: แม้พรรคจะยังไม่ชนะการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่การสร้างเครือข่ายภาคประชาชน (Civic Groups) ในระดับหมู่บ้านและคอนโดมิเนียม จะช่วยเสริมฐานรากให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
  • สื่อสารเชิงรุก: เน้นการสื่อสารเรื่อง "ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง" ให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไมปัญหาบางอย่างถึงแก้ไม่ได้ทันที และทำไม "การกระจายอำนาจ" จึงเป็นคำตอบสุดท้าย

หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์จนถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 โดยอ้างอิงข้อมูลจากเอกสารราชการ ข่าวสารสาธารณะ และบันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 1

 

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับผลงานของ พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ในฐานะ ส.ส. สมุทรปราการ เขต 3


  • ผลการวิจัยชี้ว่าพิชัยมีส่วนร่วมในรัฐสภาสูง โดยมีอัตราการขาดประชุมต่ำเพียง 1.87% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และลงคะแนนเสียงเห็นด้วยในร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารท้องถิ่นและการศึกษา ซึ่งอาจส่งผลดีต่อสมุทรปราการในทางอ้อม
  • เขาเน้นการเข้าถึงประชาชนและเข้าใจปัญหาท้องถิ่นในฐานะคนพื้นที่ แต่ข้อมูลผลงานโครงการเฉพาะเจาะจงยังมีจำกัดในเอกสารสาธารณะ โดยเน้นการเป็นตัวแทนที่ตั้งใจทำงาน
  • เมื่อเทียบกับคู่แข่งในเลือกตั้ง 2566 พิชัยในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบันมีข้อได้เปรียบด้านกิจกรรมรัฐสภาล่าสุด แต่ ส.ส. อดีตอย่าง ภริม พูลเจริญ และ ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย มีประสบการณ์ยาวนานและผลงานชุมชนที่เทียบเคียงได้ โดยการประเมินว่า "ใครดีกว่า" ขึ้นอยู่กับมุมมอง เช่น ความสม่ำเสมอหรือความใกล้ชิดชุมชน

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมุทรปราการ เขต 3 (ครอบคลุมตำบลเทพารักษ์ สำโรงเหนือ และบางเมืองใหม่ ในอำเภอเมืองสมุทรปราการ) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 ภายใต้พรรคก้าวไกล (ต่อมาเปลี่ยนเป็นพรรคประชาชนในเดือนสิงหาคม 2567 หลังพรรคถูกยุบ) จนถึงปัจจุบัน (มกราคม 2569) ซึ่งครบประมาณ 2 ปี 8 เดือน โดยเขาเน้นการทำงานทั้งในสภาและพื้นที่ชุมชน

ผลงานที่จับต้องได้

จากข้อมูลรัฐสภา พิชัยลงคะแนนเสียงเห็นด้วยในร่างกฎหมาย 91 จาก 107 มติ รวมถึงกฎหมายที่ส่งเสริมการบริหารท้องถิ่น เช่น ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู ซึ่งอาจช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาในสมุทรปราการ นอกจากนี้ เขาไม่เห็นด้วยในบางมติ เช่น ร่าง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ซึ่งสะท้อนจุดยืนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการคลัง อย่างไรก็ตาม ไม่พบข้อมูลการเสนอร่างกฎหมายหรือตั้งกระทู้ถามในฐานข้อมูล

คู่แข่งทั้งหมดในเลือกตั้ง 2566 เขต 3

ในการเลือกตั้ง 2566 เขต 3 สมุทรปราการ มีผู้สมัคร 11 คน โดยพิชัยชนะภายใต้พรรคก้าวไกล ซึ่งกวาดทั้ง 8 เขตในจังหวัด รายชื่อและผลงานสรุปดังนี้ (จากข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ):

ลำดับผู้สมัครชื่อพรรคประวัติ/ผลงานที่จับต้องได้
1ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัยเพื่อไทยอดีต ส.ส. หลายสมัย (2544-2556) ประธานกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ ในสภา ผลักดันนโยบายชุมชน เช่น แจกหน้ากากอนามัยช่วงโควิด-19 และเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
2พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ก้าวไกลผู้ชนะ; ดูผลงานข้างต้น
3ธนาศักดิ์ ลีลาเลิศเกียรติเสรีรวมไทยสมาชิกสภาท้องถิ่นสำโรงเหนือ ผลงานเน้นบริหารท้องถิ่น แต่ข้อมูลเฉพาะน้อย
4จาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ประชาธิปัตย์เสนอนโยบายแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนอย่างยั่งยืนในสมุทรปราการ และเคยยื่นคำร้องตรวจสอบการเลือกตั้ง ส.ว. 2567
5สำเริง จิตอาจหาญรวมไทยสร้างชาติไม่พบผลงานเด่น
6ภริม พูลเจริญพลังประชารัฐอดีต ส.ส. เขต 3 (2562-2566) โฆษกกรรมาธิการกีฬาสภา ผลักดันมาตรการโควิด-19 ในชุมชน และลงคะแนนเห็นด้วย 78 จาก 108 มติ
7ร.ต.อ. ทองใบ คำมั่นไทยสร้างไทยไม่พบผลงานเด่น
8จิรภาส พืชพวงทองภูมิใจไทยไม่พบผลงานเด่น
9เพมิการ์ หงษ์อัฐไทยภักดีไม่พบผลงานเด่น
10วีรพล อัตคลารัฐวิถีไม่พบผลงานเด่น
11เดชา คำไหลสินคลองไทยไม่พบผลงานเด่น

การเปรียบเทียบและประเมินว่าใครดีกว่า

ข้อมูลชี้ว่าพิชัยมีข้อได้เปรียบในฐานะ ส.ส. ปัจจุบัน ด้วยความสม่ำเสมอในรัฐสภาและการเข้าถึงชุมชน แต่คู่แข่งอย่างภริมและประเสริฐมีประสบการณ์ยาวนานกว่าในด้านชุมชนและคณะกรรมาธิการ จาตุรันต์เด่นด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม การตัดสินว่า "ใครดีกว่า" จึงขึ้นกับเกณฑ์ เช่น พิชัยอาจเหนือกว่าในกิจกรรมปัจจุบัน แต่ประเสริฐอาจดีกว่าในความใกล้ชิดชุมชนยาวนาน โดยรวม พิชัยมีแนวโน้มดีกว่าเล็กน้อยจากบทบาทล่าสุด แต่ต้องพิจารณามุมมองส่วนบุคคล


พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ หรือ "อาร์ท" ได้รับเลือกเป็น ส.ส. สมุทรปราการ เขต 3 ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ภายใต้พรรคก้าวไกล ซึ่งกวาดที่นั่งทั้ง 8 เขตในจังหวัดสมุทรปราการ เขตนี้ครอบคลุมตำบลเทพารักษ์ สำโรงเหนือ และบางเมืองใหม่ ในอำเภอเมืองสมุทรปราการ หลังพรรคก้าวไกลถูกยุบในเดือนสิงหาคม 2567 เขาย้ายสังกัดพรรคประชาชนและยังคงดำรงตำแหน่งจนถึงอย่างน้อยธันวาคม 2568 โดยในเดือนมกราคม 2569 เขากำลังหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งใหม่ โดยสรุปผลงาน 2.5 ปีของตนว่าเป็นการทำงานเคียงข้างประชาชน รับฟังปัญหา และผลักดันแก้ไขเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

จากข้อมูล Parliament Watch พิชัยมีอัตราการลา/ขาดลงมติต่ำเพียง 1.87% (2 จาก 107 มติ) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสภา (24.7%) แสดงถึงความรับผิดชอบสูง เขาลงคะแนนเห็นด้วย 91 มติ และไม่เห็นด้วย 9 มติ โดยมติเห็นด้วยล่าสุดรวมถึงร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ผ่านวาระ 3) ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล (ผ่านวาระ 3) ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ผ่านวาระ 3) ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ผ่านวาระ 3) และร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ่านวาระ 3) ซึ่งกฎหมายเหล่านี้อาจช่วยปฏิรูประบบท้องถิ่นและการศึกษาในสมุทรปราการได้ในทางอ้อม ส่วนมติไม่เห็นด้วยรวมถึงร่าง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ผ่าน) และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 (ผ่าน) สะท้อนจุดยืนด้านโครงสร้างพื้นฐานและงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ไม่พบบันทึกการเสนอร่างกฎหมายหรือตั้งกระทู้ถาม ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าผลงานเน้นการลงคะแนนและงานพื้นที่มากกว่าการริเริ่มกฎหมาย

ในด้านงานชุมชน พิชัยเน้นการเข้าถึงประชาชน โดยจากโพสต์ Facebook เขาระบุว่าทำงานเต็มที่ทั้งในสภาและพื้นที่ แต่ข้อมูลผลงานโครงการจับต้องได้ยังจำกัด เช่น ไม่มีรายละเอียดโครงการ基础设施หรือช่วยเหลือเฉพาะในเอกสารสาธารณะ อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชนในการหาเสียงล่าสุด โดยชูความเป็นคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาสมุทรปราการ ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรม

สำหรับคู่แข่งในการเลือกตั้ง 2566 เขต 3 มี 11 คน โดยพิชัยชนะท่ามกลางชัยชนะแลนด์สไลด์ของก้าวไกล คะแนนอย่างไม่เป็นทางการจาก กกต. แสดงว่าพิชัยนำ แต่คะแนนละเอียดไม่ครบถ้วนในแหล่งข้อมูล รายละเอียดผู้สมัครและผลงานขยายจากตารางข้างต้น:

  • ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย (เพื่อไทย): อดีต ส.ส. หลายสมัย (2544-2556) ในเขตใกล้เคียง เกิดปี 2500 ที่สมุทรปราการ จบวิศวกรรมเคมีสิ่งทอ ประธานกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสภา (2554-2556) ผลงานเด่นรวมถึงแจกหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ช่วงโควิด-19 การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง สังกัดเพื่อไทยตั้งแต่ 2551 มีความใกล้ชิดชุมชนยาวนาน
  • ธนาศักดิ์ ลีลาเลิศเกียรติ (เสรีรวมไทย): สมาชิกสภาท้องถิ่นสำโรงเหนือ ผลงานเน้นบริหารท้องถิ่น แต่ข้อมูลเฉพาะน้อย ไม่พบผลงานเด่นระดับชาติ
  • จาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ (ประชาธิปัตย์): เสนอนโยบายแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในสมุทรปราการ เคยเป็นโฆษกพรรคและยื่นคำร้องตรวจสอบการเลือกตั้ง ส.ว. 2567 ล่าสุดหาเสียงเขต 1 ในปี 2568 ชูแก้ปัญหาแรงงาน
  • ภริม พูลเจริญ (พลังประชารัฐ): อดีต ส.ส. เขต 3 (2562-2566) เกิดปี 2527 จบศิลปกรรมศาสตร์ อดีตสมาชิก อบจ.สมุทรปราการ อัตราการขาดลงมติ 12.04% (13 จาก 108 มติ) เห็นด้วย 78 มติ รวมถึงกฎหมายงบประมาณและสุขภาพ ผลงานเด่นรวมถึงโฆษกกรรมาธิการกีฬาสภา และมาตรการโควิด-19 ในชุมชน ชนะเลือกตั้ง 2562 ด้วย 29,260 คะแนน
  • ผู้สมัครอื่นๆ: ไม่พบผลงานเด่นชัดเจนในแหล่งข้อมูล เช่น สำเริง จิตอาจหาญ (รวมไทยสร้างชาติ) หรือ เพมิการ์ หงษ์อัฐ (ไทยภักดี) ซึ่งอาจเน้นนโยบายพรรคมากกว่าผลงานส่วนตัว

ในการเปรียบเทียบ พิชัยมีข้อได้เปรียบจากตำแหน่งปัจจุบันและกิจกรรมรัฐสภาล่าสุด เช่น การสนับสนุนปฏิรูปท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อสมุทรปราการโดยตรง แต่ภริมมีอัตราการขาดต่ำเช่นกันและประสบการณ์คณะกรรมาธิการ ประเสริฐเด่นด้านชุมชนและรางวัล จาตุรันต์เด่นนโยบายสิ่งแวดล้อม ผู้สมัครอื่นมีข้อมูลน้อย การประเมิน "ใครดีกว่า" จึงซับซ้อน: ข้อมูลเอนเอียงไปทางพิชัยในด้านความสม่ำเสมอปัจจุบัน แต่ประเสริฐและภริมอาจดีกว่าในประสบการณ์ยาวนานและงานชุมชน โดยรวม พิชัยมีแนวโน้มเหนือกว่าในบริบทปัจจุบัน แต่ต้องยอมรับความเห็นต่างทางการเมือง

คำเตือน

ข้อมูลมาจากแหล่งสาธารณะและอาจไม่ครบถ้วน การเมืองไทยมีความซับซ้อนและอาจมีมุมมองที่แตกต่างกันจากแต่ละฝ่าย

ตารางสรุปการเปรียบเทียบผลงานหลัก

ชื่ออัตราการขาดลงมติ (%)มติเห็นด้วยผลงานเด่นที่จับต้องได้ข้อได้เปรียบ
พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์1.8791/107สนับสนุนปฏิรูปท้องถิ่นและการศึกษาIncumbent สม่ำเสมอ
ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัยไม่มีข้อมูลล่าสุด-ประธานกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ แจกของช่วยโควิดประสบการณ์หลายสมัย ชุมชน
ภริม พูลเจริญ12.0478/108โฆษกกรรมาธิการกีฬา มาตรการโควิดอดีต ส.ส. เขตเดียวกัน
จาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์--นโยบายแก้น้ำทะเลหนุนนโยบายสิ่งแวดล้อม
ธนาศักดิ์ ลีลาเลิศเกียรติ--บริหารท้องถิ่นท้องถิ่นใกล้ชิด

Key Citations

ผลงาน สส. สมุทรปราการ เขต 3

รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์: การประเมินสัมฤทธิผลทางการเมืองและบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรป...