วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

ทำไมนาคต้องแตะขอบประตู?

ใกล้งานบวชผมเต็มทีแล้วครับ อีก 4-5 วัน นี้เท่านั้นเอง
มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการแห่นาครอบโบสถ์ และการยกนาคแตะขอบประตูโบสถ์​มาฝากให้อ่านกันครับ

« เมื่อ: ๒๔ มิ.ย. ๕๒, ๑๑:๐๒:๔๔ »
 
ระยะนี้ เข้าสู่เทศกาล งานบวชกันถี่ หน่อยนะครับ
สังเกตว่า เวลาไปช่วยงานหรือไปร่วมงานบวช ใกล้-ไกล มักจะได้พบเห็นวัฒนธรรมหรือความเชื่อประจำงานบวชที่คล้ายคลึงกัน จนหลายครั้งมีน้องๆ เพื่อนๆ ถามกันบ่อยๆ ว่า เขาทำแบบนั้นทำไมพี่ .. ??  
วัฒนธรรมหรือความเชื่อบางอย่างก็พอจะเดาออก บ้างอย่างก็ต้องทำตัวเป็น กบนอกกะลา ตามหาความจริงกันไป 
ลองมาดูทีละอย่างกันนะครับ
 
การแห่นาครอบโบสถ์
เห็นกันจนชินตาครับ กับการแห่นาครอบโบสถ์ ๓ รอบ 
ความหมายหรือเหตุผลที่พอจะเดาออกคงไม่ใช่ แห่เอาสนุึกหรือแห่รอแขกแน่ๆ
ที่เข้าใจกันส่วนมากก็คือ ให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แบบเดียวกันกับเวียนเทียน
เหตุผลนี้ คงได้รับอิทธิพลมาจากเมืองแขก ประเทศอินเดีย ที่เขาถือกัันว่า การเดินเวียนประทักษิณ(เวียนขวา) นั้น
เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด ถ้าเป็นบ้านเราก็คงประมาณกราบแทบเท้า หรือวิ่งแก้บนรอบสนามหลวง 
 
เหตุผลอีกประการหนึ่ง คือให้ นาคสำรวมจิตใจให้พร้อมก่อนเข้าขออุปสมบท ทบทวนเรื่องราวของชีวิต 
ไตร่ตรองถึงหน้าที่ของพระที่จะต้องน้อมนำมาปฎิบัติ ต่อไป
 
แต่มีเหตุผลอีกประการหนึ่ง ที่ลึกซึ่งเข้าไปอีก นั้นก็คือ การเวียนรอบโบสถฺ์เป็นอุบายสอนให้เห็นว่า......
ชีวิตคนเราล้วนเวียนตายเวียนเกิดในสงสารวัฎฎ์ คือ ใน กามภพ รูปภพ อรูปภพ วนเวียนแบบนี้ หลีกหนีได้ยาก
แต่สำหรับผู้บวชหรือพอนาค พอเดินเวียนครบ ๓ รอบ แล้วเดินเข้าสู่โบสถ์ ก็สอนให้เห็นว่า  ได้ค้นพบทางสว่างที่ไม่ต้องวนเวียนอีกแล้ว ทางสายใหม่ ที่เป็นเส้นทางพ้นทุกข์ คือการเข้าหาพระธรรม มุมมองนี้ ดูดีและทำให้เกิดปัญญามากที่สุด 
 
เหตุใดนาคจึงต้องวันทาเสมา
เมื่อแห่รอบโบสถ์ครบ ๓ รอบแล้ว ลำดับพิธีต่อไป คือ นาคจะต้องไปกราบวันทาเสมาหรือขอขมาเขตเสมา
ซึ่งเป็นเขตแดนต่อระหว่างพุทธอาณาจักรกับราชอาณาจักร เป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และพระสงฆ์ที่ประชุมกันในโบสถ์
ความหมายอีกประการ คือ  การให้ผู้บวชไม่ว่าจะร่ำรวย เป็นลูกท่านหลายเธอมาจากไหน แสดงการอ่อนน้อม ยอมรับผิด เป็นอุบายลด ความเย่อหยิ่ง จองหอง ลดทิฎฐิมานะ กล้าปฎิญาณตน ขอขมาในความผิดทั้งหลาย
เหตุใจจึงห้ามเหยียบธรณีประตู
 
ประเพณีอย่างหนึ่งที่เห็นกันจนชินตา เวลาไปงานบวช คือ การที่พ่อของนาค และแม่ของนาคจะช่วยกันจูงมือนาคข้ามธรณีปะตู และมีเพื่อนๆ คอยอุ้มชูให้ลอยตัวข้ามธรณีประตูเข้ามาในโบสถ์
ความเชื่อในเรื่องนี้ โบราณถือกันว่า ถ้านาคหรือผู้บวชเหยียบธรณีประตู จะทำให้ตอนเป็นพระศีลไม่บริสุทธิ์ ด่างพรอย ย่อหย่อนต่อการบวช หรือไม่ก็แหกพรรษา ??
 
เหตุผลที่เป็นรูปธรรมก็คือ  การเหยีบธรณีประตูจะทำให้ รักทองหรือชาดที่ทาไว้ ชำรุด-เสียหาย
เพราะโบสถ์หลาย ๆ วัด โดยเฉพาะวัดหลวง ธรณีประตูจะมีการลงรักปิดทอง หรือทาชาด ไว้ให้สวยงาม ถ้านาคและผู้มาร่วมงานเหยียบย่ำกันทุกคน คงทำให้เกิดการชำรุด เสียหายได้
 
เหตุผลอื่นๆ ยังมีอีกมากมาย เช่น  เกรงว่านาคจะสะดุดธรณีประตูจนเกิดอุบัติเหตุ ไม่สามารถบวชได้
ธรณีประตูเป็นจุดที่มีนายทวารบาลหรือเทวดารักษาต้องแสดงความเคารพ
 
แต่เหตุผลในทางธรรม ที่เป็นอุบายสอนใจ คือ การที่ผู้บวชสามารถข้ามพ้นจากโลก 
ข้ามพ้นจากอำนาจกิเลส เข้าสู่พุทธอาณาจักร เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัตร์ ได้เกิดใหม่ในเพศสมณะ เป็นเครื่องสอนใจให้คนเรา ฝึกฝนตัวเราให้อยู่เหนือกิเลสในใจ
 
เหตุใดจึงต้องให้นาคเอามือแตะขอบประตูโบสถ์ด้านบนสุด
ในขณะที่นาคกำลังจะก้าวข้ามพ้นธรณีประตูนั้น บรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนๆ จะบอกให้นาค ชูมือให้สุดไปแตะขอบประตูโบถ์ด้านบน ทั้งนี้บรรดาเพื่อนๆและผู้ร่วมงานต่างก็จะช่วยกันอุ้มชูให้นาคเอื้อมให้ถึงขอบประตู
ความเชื่อในเรื่องนี้ ว่ากันว่า ถ้านาคแตะขอบประตูโบถ์ด้านบนได้ จะทำให้ร่ำเรียนได้สูงสุด 
แตกฉานในพระธรรมวินัย  ต่อไปจะได้เป็นสมภารเจ้าวัด
 
ส่วนเหตุผลที่เป็นรูปธรรมนั้น ก็คือ ว่า ประตูโบสถ์บางแห่งไม่สูงมากนัก 
การอุ้มนาคเข้าโบสถ์อาจทำให้ศรีษะของนาคไปชนขอบประตู ทำให้ได้รับบาดเจ็บ จนทำให้ไม่สามารถบวชได้
เหตุผลในทางธรรมะ ยังไม่ชัดเจน แต่ได้รับการอธิบายจากท่านผู้รู้มาว่า เป็นการปฎิญานหรือแสดงให้เห็นว่า 
นาคจะบวชและตั้งใจปฎิบัติให้ได้บุญสูงสุด 
 
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ การไปสู้พระนิพพานเหมือนจะไกลสุดมือเอื้อมถึง การเป็นจะไปให้ถึงต้องได้แรงหนุนจากคนรอบข้าง บ่งบอกว่า การไปสู่ที่สูง เราอาจไปคนเดียวไม่ได้ เก่งคนเดียวไปไม่รอด ต้องอาศัยพวกพ้องเพื่อนฝูง เจ้านาย คอยสนับสนุน ช่วยเหลือ
 
ดอกบัวของนาคที่วันทาเสมาเชื่อว่า ทำให้คลอดง่าย
ดอกบัวที่นาคพนมไว้ในมือตั้งแต่ตอนแห่รอบโบสถ์ จนถึงขณะวันทาเสมา เมื่อนาควางดอกบัวลงที่เสมาโบสถ์
จะมีผู้คนที่มาร่วมงานพากันแย่งดอกบัวนั้นไปให้ คนที่ท้องใกล้คลอดต้มน้ำดื่ม ด้วยความเชื่อว่า 
น้ำดอกบัวของนาคจะทำให้คลอดง่าย
จริงๆ ดอกบัวเป็นสมุนไฟรหรือยาบำรุงครรภ์อยู่้แล้วละครับ ไม่ต้องของนาคก็ดีแน่นอน
แต่ความเชื่อที่ว่าทำให้คลอดลูกง่ายนั้น คงเพราะ นาคเป็นผู้ว่าง่าย พ่อแม่อยากให้บวชก็บวช 
งานบวชก็สำเร็จได้โดยง่าย เป็นงานที่ใครได้ข่าวก็อยากมาช่วยอย่างเต็มใจ  ถ้าได้นำมาต้มน้ำดื่มกิน จะทำให้คลอดง่ายและเด็กทีเกิดมามีปัญญา ว่านอนสอนง่าย
 
ความเชื่อและวัฒนธรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เราพบเห็นในงานบวช ล้วนแฝงความหมายที่ลึกซึ้ง
และเป็นความหมายที่สอนใจเราได้ดี มิใช่เป็นเพียงพิธีกรรม ที่ทำๆกันไป แบบงมงายหรือไร้ความหมาย แต่แสดงถึงภูมิปัญญาในการสอนธรรมะของคนโบราณได้อย่างลุ่มลึก และมีเหตุมีผล 
 
ไปงานบวชครั้งต่อไป ลองเก็บเกี่ยวแง่คิดดีๆ จาก ประเพณีที่น่ารักและน่าค้นหาเหล่านี้ กันให้ครบถ้วนนะครับ จะได้ทั้งบุญจากการบวชพระและบุญจากการมีสติ คิดเท่าทันธรรมะของพระพุทธเจ้า
 
ขออนุโมทนาบุญกับนาคทุกท่าน ที่จะบวชในพรรษานี้ และผู้ที่จะไปร่วมงานบวชทุกท่าน ขอให้ได้เสบียงบุญกันเต็มที่ครับผม
 
สาธุๆ 
 
----------------
 

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ชีวิตในชาย​ผ้าเหลือง​ของ​ข้าพเจ้า​ 3 - ศึกษาการนุ่งห่มจีวร...

อีกประมาณ 1 เดือนพอดี จะถึงวันบวช และเนื่องจากผ่านการบวชเณรมาร่วม 20 ปี ทำให้ตอนนี้ ผมลืมวิธีนุ่งห่มของพระไปหมดแล้ว...

ตอนนั้นที่ผมบวชเณร นับว่าเป็นเณรกิติมศักดิ์เอามากๆ เพราะคุณพ่อดันเป็นโยมที่พอคุ้นเคยกับเจ้าอาวาสวัด ตอนที่บวชก็เลยได้สิทธิพิเศษนอนในห้องแยกจากกุฏิเจ้าอาวาส ไม่ต้องไปรวมในเรือนเดียวกับพระเณรรูปอื่นๆ และที่เจ๋งกว่านั้น คือเจ้าอาวาสท่านเป็นผู้คอยห่มจีวรให้เวลาออกไปบิณฑบาต หรือทำวัตรเย็น

แต่ก็เพราะอย่างนั้น ทำให้ผมไม่ได้วิชาการนุ่งห่มจีวรมาเลย ใส่เป็นแต่สบงชิ้นล่าง กับเสื้อลำลองชิ้นบนที่ไว้ใส่ทั่วไปในวัด คิดๆ ดูก็ซาบซึ้งอยุ่ ที่ท่านเจ้าอาวาสตอนนั้นอุตส่าห์มาเป็นธุระห่มผ้าให้ทุกเช้าเย็น ตลอด 15 วันที่บวช แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากตามประสาเด็ก

พอถึงเวลาจะต้องมาเตรียมตัวบวชพระเอาจริงกับเขาบ้าง ก็เลยนึกถึง และลองหาข้อมูลมาศึกษา
สรุปว่า การนุ่งห่มจีวรของพระ มีหลักๆ 2 แบบ คือ 1. ห่มดอง และ 2.ห่มมังกร หรือห่มลูกบวบ

และเหมือนเคยครับ อะไรจะดีไปกว่า youtube



จริงๆ ก็มีคลิปของหลายผู้จัดทำครับ แต่เลือกของพลวงพี่ท่านนี้มาลง เพราะรู้สึกว่าท่านดูเนิบๆ ดี และห่มได้เรียบร้อยดี
ดูแล้วก็ยังงงๆ สับสน แต่ก็เพราะไม่อยากให้พอถึงวันต้องไปเป็นธุระรบกวนพระรูปอื่นๆ มากจนเกินไป อะไรที่พอจะศึกษาได้ ก็คงขอศึกษาไปก่อนครับ 

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ชีวิตในชาย​ผ้าเหลือง​ของ​ข้าพเจ้า​ 2 - คำขอบวช นับเป็นด่านแรกที่ต้องผ่าน...


ระหว่างที่ผมกำลังพยายามท่องบทขอบวช แบบ first in first out

หรือพูดขยายความ​ก็​คือ​ ผมเป็น​พวกความจำสั้นมาก อะไรที่เข้ามาก่อน จะออกก่อน ท่องบทไปยาวๆ พอย้ำบทหน้า ลืมบทหลัง พอไปย้ำบทหลัง ก็ลืมบทหน้า...

สมัยนี้ดีหน่อยมี youtube​ สอนเรื่องการบวชอัพเอาไว้เพียบ อยากรู้​อะไรก็ลองหาดู เอาเรื่องการท่องบทคำขอบวชก่อน ถ้าคุณจะบวช ก็ต้องรู้ก่อนว่าวัดที่คุณจะไปบวชนั่นน่ะ เป็นสายไหน ธรรมยุต​ หรือมหานิกาย​

ถ้าคุณจะบวชแล้วยังไม่รู้​ คุณมีปัญหา​ใหญ่กว่าผมแล้วล่ะ (ผมรู้สึกดีขึ้นมาทันที)
เอาง่ายๆ ถ้าสายวัดป่า ก็น่าจะ ธรรมยุต​ ถ้าวัดบ้านหรือวัดเมืองทั่วไป ก็สายมหานิกาย​

เวลาจะหาคำขอบวช สายวัดป่าก็​หาด้วยคำว่า เอสาหัง



ถ้าสายมหานิกาย ก็หาด้วยคำว่า อุกาสะ


แต่ถ้าไม่ใช่สองสายนี้ผมก็ไม่​รู้​ด้วยแล้ว ตัวใครตัวมัน

แค่นี้ก็ได้ตัวอย่างคำอ่านให้มานั่งฟังการออกเสียงและช่วยจำแล้ว สะดวกสบายกว่าคนสมัยก่อนเยอะแยะ

แต่ความง่ายของคนสมัยนี้นี่ลวงตามาก จะท่องบทพวกนี้นี่ต้องการสมาธิ​และสภาพแวดล้อม​เงียบๆ เป็​นอันมาก ถ้าจะเปิดอ่านเปิดฟังในคอมพิวเตอร์ หรือในมือถือ​ จะเจอการ interruption เป็นนระยะ เดี๋ยว​ก็แว่บไปเช็คไลน์ เดี๋ยว​ก็แว่บไปดูเมล์ นั่นคลิปแถบข้างๆ นั่นน่าดูจังเลย จิ้มไปจิ้มมา ไม่ได้ท่องอีกแล้ว

ตอนนี้ผมเลยพยายามอ่านจากหนังสือคู่มือ​พระที่ไปขอมาจากเจ้าอาวาส 


หรืออ่านจากกระดาษที่พิมพ์​ หรือถ้าก่อนนอนก็หยวนอ่านใน tablet ที่เก็บเป็น​เอกสารเอาไว้ เพราะปิดไฟมองหนังสือไม่​เห็น -_-

พยายามจะเครียดเกินไป กลัวยิ่งไปอัดท่องหลายรอบจะยิ่งสับสน เพราะแค่ทุกวันนี้ท่องวันละรอบสองรอบ ยังเอาบทหน้ากับหลังมายำรวมกัน​แล้ว​

อ่านในเนต​ เขาว่าถ้าจะบวชไม่ผ่านที่เจอมามีแค่นาคเมาค้างจากงานฉลองจนท่องไม่ได้ หรือคนเป็นลิ้นไก่​สั้นพูดคำไม่ชัดมากๆ พระท่านก็คงให้ผ่านไม่ได้ ได้บวชแค่เณรไป

คือถ้าไม่เลวร้ายจริงๆ หรือวัดที่เคร่งจัดจริงๆ  พระท่านก็คงจะช่วบประคองบอกใบ้เราจนผ่านไปจนได้ เพียงแต่ว่าถ้าท่องได้เอง คงเป็นอารมณ์​เหมือน​เราทำอะไรสักอย่างได้ดี ถ้าวันเวลาผ่านไปแล้วเราย้อนกลับมาคิดถึง ก็​ไม่ต้องเสียใจหรือเสียดายที่ทำได้ไม่ดี เหมือนหลายๆ​ เรื่องที่เคย​ผ่าน​มา

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ชีวิต​ในชายผ้าเหลืองของข้าพเจ้า 1 - เหตุใดจึงอยากบวช?

เหลืออีกเดือนกว่าๆ หรือสามสิบวันกว่าๆ ตัวผมก็จะเข้าสู่​ร่มกาสาวพัต (เขียนงี้ป่าววะครับ)

ซึ่ง​ถ้า​เป็น​ไป​ตาม​ประเพณี​นิยมทั่วไปของชายไทย เขาก็นิยมให้บวชตอนอายุครบ 20 ซึ่ง​เป็น​เกณฑ์​ต่ำสุด​ของอายุ​ที่​จะ​บวช​ได้
ตอนนี้ผมอายุ 35 ย่าง 36 การมาบอกคนอื่นว่าจะบวช คงทำให้หลายคนเกิดคำถามประมาณ​ว่า​ เอ็ง​จะ​มา​บวช​อะไร​เอา​ป่านนี้?

ถ้าให้ท้าวความเอาตามจริง ผมไม่มีความรู้​สึกว่าผมจะบวชได้เลย เพราะหลายๆ อย่างประกอบ​กัน ทั้งจากประสบการณ์​ที่เคยบวชเณร​ให้​แม่ตอนท่านเสีย ทำให้ผมรู้เลยว่า การไปบวชโดยที่ไม่เตรียมตัวเตรียมใจ และศึกษา​ไปก่อนเนี่ย มันจะได้ผลลัพธ์​ออก​มา​แบบ​ไหน

ตอนนั้นบอกเลยว่าจะเอาอะไรกับวัยรุ่น​อายุ​ 15 ที่แทบไม่ได้เข้าวัด แถม​ยัง​เรียน​โรงเรียน​คริสต์​อีกต่างหาก อย่าว่าแต่จะรู้เรื่องวัดเลย แค่ท่องบทสวดที่ยาวกว่า นะโมตัสสะ ก็​ท่องไม่เป็น​แล้ว

แน่นอนว่าด้วยภาวะ​แบบนั้น​ ความพร้อม​เท่านั้น ย่อมทำได้ไม่ดีแน่ๆ ซึ่งให้มองย้อนไปก็ต้องยอมรับกันแบบซื่อๆ ว่า แย่มาก วันบวชเณร​เป็น​วันแรกในชีวิต​ที่ได้ยินศีล 10 แบบบาลี ท่องตามพระอุปัชฌาย์ยังผิดๆ ถูกๆ จนท่านต้องให้ย้ำตามสองสามรอบจนถูกต้อง

ขนาดมีศีลให้ระวังรักษา​แค่ 10 ก็ยังทำผิดประจำ ​ตอนนั้นไม่รู้​นี่ว่ากินนมหลังเพลก็ผิด คือตอนนั้น​ไม่มีใคร​รู้​เลยว่าหลังเพลไม่ใช่แค่ไม่ให้กินของต้องเคี้ยว แต่ในวินัยบัญญัติ​มีเขียนไว้แม้กระทั่งกินอะไรได้บ้าง และต้องเตรียมอย่างไร คร่าวๆ คือขนาดน้ำผลไม้ต้มยังต้องกรองแล้วกรองอีกตั้ง 7​ ครั้ง เรียกว่าไม่มีกากกันเลยทีเดียว ถึงจะกินได้ นอกนั้น​ก็พวกเภสัช เนยข้น เนยเหลว ฯ​ล​ฯ ซึ่งถ้าสนใจก็​หาอ่านได้ไม่ยาก ทีหลังจะได้ถวายพระกันถูก

แน่นอนว่าพอสึกจากเณรมา สิ่ง​ที่ได้ออกมาด้วยคือ เลิกกลัวผีกับความมืดขนาดหนักเหมือน​ตอนเด็กๆ เพราะอยู่วัด เจอจนชิน ทั้งมืด ทั้งนอนคนเดียวในห้องแคบๆ ได้จัดการศพ​หมาเน่า และสารพัด จนชินไปเอง

และที่ได้ตามมา คือความรู้​ว่า ที่ทำผ่านไปนั่น ทำได้ไม่ดีเลย ผิดแทบหมดเลย นรกจะกินหัวเอา​ อย่างเขาว่า พระทำผิดทำบาปเสียเองเนี่ย มันบาปกว่าคนทั่วไปอีกหลายเท่า ผ้าเหลืองนี่ถ้าทำไม่ดี มันก็เหมือน Highway to Hell ดีๆ นี่เอง ซึ่งแน่ล่ะ ผมก็ย่อมกลัวเป็นธรรมดา​

หลังจากนั้นมา ความคิดจะบวชเลยหายไปหมดเลย ทั้งกลัวการท่องคำขอบวชที่ยาวเป็นหน้าๆ กับเรื่องกลัว​ผิดศีลผิดวินัยพระที่อ่านแล้วยุบยั่บกว่าเณรชีอีกหลายเท่า...

แล้วทำไมถึงอยากมาบวชเอาตอนนี้....

โตโยต้ากำลังเตือนไทย หรือกำลังบอกว่าอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์อาจไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว?

มีประโยคหนึ่งในโพสต์ของผู้บริหารระดับสูง Toyota Motor Thailand ที่น่าคิดมากกว่าประเด็น “รถญี่ปุ่นกับรถจีนใครดีกว่ากัน” เขาถามว่า ประเทศไทยกำ...