วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ถึงเวลา exteen ผลัดใบ...

ขอยก quote ใน blog ของมาสเตอร์แชมป์มาก่อนเลยนะครับ
ประกาศความเปลี่ยนแปลงของทีมงาน
posted on 27 Sep 2013 15:36 by champcpeสวัสดีครับ

วันนี้มีข่าวมาแจ้งสมาชิก exteen ครับผม 
หลังจากวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556 ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ผม และทีมงาน exteen ชุดเดิมทั้งหมด ตัดสินใจที่จะส่งต่อหน้าที่ให้กับทีมพัฒนา และทีมดูแลชุดใหม่ เข้ามาบริหารงานต่อครับ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อสมาชิกอย่างฉับพลัน อย่างไรก็ตามอำนาจหน้าที่การตัดสินใจต่างๆ จะเป็นสิทธิ์ขาดของผู้บริหารงานชุดใหม่ต่อไปในระยะยาวครับ
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นได้โดยง่าย แต่ในระยะยาวแล้วคิดว่าน่าจะดีที่สุดสำหรับสมาชิกและทีมงานครับ 
จึงเรียนมาเพื่อทราบ ด้วยความเคารพ
ทีมงาน exteen (ชุดเก่า)
http://champcpe.exteen.com/20130927/entry
ทีมงาน Exteen เดิมยุติบทบาท ส่งไม้ต่อให้ทีมงานชุดใหม่ via blognone

...

เพิ่งบ่นไปเมื่อวันก่อนแท้ๆ
แต่ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา

จริงๆ ก็เห็นแววมาสักพักใหญ่แล้วล่ะครับ
เพราะ webmaster สองท่าน ก็ต่างเริ่มมีทำงานในสิ่งที่ตัวเองสนใจ
การพัฒนาระบบและอื่นๆ ของทางเว็บก็เริ่มเนือยๆ ไป

อันนี้เป็นเรื่องของการเติบโตครับ ไม่แปลกสำหรับธุรกิจ

ก็ขอให้ exteen หลังผลัดใบไปได้ดี
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะดีเท่ายุครุ่งเรืองช่วงปี 2006-2009 ได้หรือเปล่า

ก็คงจะติดตามผลงานของอดีต webmaster ทั้งสองท่านกันต่อไป

และผมก็คงเขียนเปะเขียนปะไปตาม blog ที่นี่ที่นั่นต่อไป

ไม่เสียใจ ไม่เสียดาย อะไรครับ...
แค่คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยสนุกที่ exteen ครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

8 anniversary of my blog at Exteen.com

วันนี้  26/9/2556 เป็นวันครบรอบ 8 ปี ที่ผมสมัครใช้บริการเขียน blog ที่ exteen ครับ

ช่วงปีกว่าที่ผ่านมา ผมเรียกได้ว่าเลิกเขียนไปเลย
ซึ่งคงไม่ต้องแก้ตัวหรือให้เหตุผลอะไรอีก เพราะเคยบ่นมาแล้ว

แต่รู้สึกพักหลัง exteen จะต้อนรับผู้ใช้ด้วยรหัส 502 bad gateway บ่อยมากๆ
ที่ว่ามากนี่คือ มากจริงๆ เกิน 90% ที่เข้าไป จะได้เจอเลย

พักหลัง จะเห็นคนที่เขียน blog รุ่นเดียวกันมา แล้วยังไม่เลิกเขียนสนิท
วนเวียนไปสถิตที่เว็บส่วนตัวบ้าง ไปใช้บริการ wordpress, blogspot หรือ facebook เป็นต้น

ก็ไม่แปลกอะไร ในแง่เพื่อต้องการพัฒนาฝีมือ หรือได้ลองเล่นปรับแต่งระบบเว็บด้านหลังมากกว่าเดิม

เพียงแต่แค่ผมรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่น่าสนุกเท่าไหร่
ไม่สนุกพอจะเล่าให้คนอื่นฟังเหมือนแต่ก่อน

ก็เท่านั้น

สรุปแล้ว เขียน blog diary มากี่ปีแล้ว
ก็ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย...

เขียนแล้วเลิก แล้วเขียน แล้วเลิก...
ราว 10 กว่าปีมัง...

ได้รู้จักคน ได้ทำโน่นนี่นั่น...

ยังเป็น nobody เหมือนเดิม LOL

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

เจ้าบราวน์จะตายไปอีกตัว

อยู่ดีๆ เจ้าบราวน์ หมาพุดเดิ้ลที่อยู่กันมาสิบกว่าปี ก็เกิดอาการเหมือนจะตายขึ้นมาอีกตัว หายใจลำบากขึ้นเรื่อยๆ จนลิ้นม่วงจนดำ หลายชั่วโมงเข้าก็มีสำลักน้ำปนเลือดออกมาจากปอด แล้วก็เฮือกกลับมาหายใจลำบากต่อ ตอนนี้นอนร่อแร่ ตอบไม่ได้ว่าจะอยู่ถึงเช้าไหม สงสารมัน

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556

ทำไมจึงหยุดเขียน?...


ก็อย่างที่เห็นนะครับ ว่า blog ผมมันร้างไปนานแสนนานมากแล้ว

ลองแวะเข้าไปหา blog ต่างๆ ที่ผมได้ favourite เอาไว้หลายๆ ที่ ก็มีสภาพไม่ต่างกันมากนัก
คือส่วนใหญ่ จะร้าง เลิกเขียนกันไปนาน บางท่านก็หายไปหลายปีแล้วด้วยซ้ำ

แน่นอนล่ะครับว่า แต่ละคนก็ย่อมมีเหตุผลของตนเอง ที่จะทำหรือไม่ทำในสิ่งต่างๆ
รวมถึงการเขียน blog นี้ก็เช่นกัน คนจะเลิกเขียน ย่อมมีเหตุผล

ถ้าให้เดาของท่านอื่น บางท่านก็แต่งงานมีครอบครัว ก็อาจมีเวลาน้อยลง
บางท่านก็อาจจะเติบโตในการงาน จนกระทั่งงานอดิเรกเช่นนี้ดูจะเป็นส่วนเกิน

สำหรับตัวผม ไม่มีอะไรมาก นอกจากคำว่า ไม่พอ และไม่ถึง...

ครับ ผมรู้สึกมาตลอดว่า อยากเขียนให้ดี เขียนให้ถึง ถึงจุดที่เรียกว่ามันดี
ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ผมก็ตอบไม่ได้ว่าตกลงที่ว่าดี ตรงไหนมันถึงจะดี

ถ้าดูแบบ life cycle ของ blogger แบบพื้นฐานคือ
เขียนดี -> ดัง -> ได้ออกหนังสือ หรือได้ทำงานอื่นที่มีรายได้จากความสามารถในการเขียน

แต่สำหรับตัวผม แค่คำว่าเขียนดี ผมยังไม่แน่ใจ ดังนี่น่าจะนับว่าห่างไกล
และแน่นอน เป้าหมายว่ามันจะสร้างรายได้ให้ ยิ่งห่างใหญ่

ใช่ครับ ผมไม่ใช่นักเขียนที่รักการเขียนแบบเข้าเส้น
จะเรียกว่า ผมเป็นแค่ blogger แบบ wanna be ก็ได้

ถ้าจะให้เขียนสนุกไปเรื่อยๆ ก็ทำได้ครับ แต่ด้วยธรรมชาติที่เบื่อง่ายเกินไปของผม
ก็ทำให้ ผมรู้สึกว่า ไม่อยากทำผลงานที่มันซ้ำ ย่ำอยู่กับที่นานๆ ขนาดนี้
อยากจะทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ

จนในที่สุด ผมก็พบว่า เฮ้.. ผมถึงทางตันแล้วว่ะ
เหมือนว่า ผมมาไกลได้เท่านี้ ไปไกลกว่านี้มันต้องเหนื่อยไปถึงคนอื่นด้วยแน่ๆ

ผมเคยได้รับโอกาสนะครับ เคยได้เขียนอะไรเพื่อหาเงิน
เดาได้ไม่ยากครับ ว่าผมทำมันได้ไม่ดีนัก
เพราะถ้ามันดี ผมคงจะไปทางสายนั้นไปนานแล้ว

ต้องขอโทษพี่ๆ ที่เคยพยายามยื่นโอกาสให้ผมในตอนนั้น...

ผมไม่รู้ว่า เวลาที่ผ่านไป ทำให้ผมเติบโตขึ้นทางการคิดหรือยัง
โลกผมกว้างขึ้นไหม ผมพร้อมจะเขียนอะไรที่มันน่าสนใจหรือเปล่า
เพราะต้องยอมรับในจุดหนึ่งว่า ความรู้ผมน้อยเกินไป ทางเชิงกว้างและเชิงลึก

ผมให้เวลากับการอ่านหนังสือน้อยเกินไป
ทดสอบตัวเองด้วยการเขียนน้อยเกินไป

หรือจริงๆ แล้วคือ ผมไม่เคยพยายามทำอะไรจริงๆ เลยก็เป็นได้ #ทำเสียงแบบคนอวดผีไปด้วยนะ

แต่ด้วยความไม่พอใจในตัวเอง และความดันทุรังที่ไม่พอ
ย่อมส่งผลให้ blog ของตัวผมเอง ร้างไปอย่างที่เห็น

และที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ต้องการจะบอกอะไร หรือต้องการอะไร

ไม่รู้ครับ... ไม่รู้จริงๆ 

แค่อยากจะเขี่ยนอะไรแบบไม่เรียบเรียง พิมพ์ไปเรื่อยๆ ตามที่คิด

และไม่รู้ว่า ต่อไปข้างหน้า จะได้เขียนอะไรต่อ ก็ไม่รู้อีกเช่นกันครับ

เพราะผมใช้ชีวิตแบบไม่มีแผนมาตลอด...

ชีวิตคนเรามันยากนะครับ ถ้าต้องวางแผนเอง ไม่มีปัจจัยภายนอกมาช่วยเลย

ผมเห็นชีวิตบางคนราบรื่นและง่ายอย่างประหลาด
ทำงานก็มีคนชวนไป ทำไปก็ย้ายไปตามคนชวน
สุดท้าย ก็มีบ้านมีรถ เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียได้ไปซะเฉยๆ...

ชีวิตเป็นเรื่องประหลาดนัก...

ถ้าผมจะเขียนต่อ อาจจะยิ่งหม่นไปกว่านี้ครับ
ถ้าจะจัดประเภทการเขียน... ผมคงเป็น blogger แนวมืดหม่นปนหัวเราะฝืนๆ ล่ะมังครับ

ผมก็ยังอยากหัวเราะให้กับชีวิตได้นะครับ
และยังคงยิ้มให้กับมันในเวลาที่ทำได้เสมอ

จบยังไงดีล่ะครับ...
ถ้าไม่ตัดจบ คงจะพล่ามต่อไปอีก...

จบนะครับ...

สวัสดีครับ...

โตโยต้ากำลังเตือนไทย หรือกำลังบอกว่าอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์อาจไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว?

มีประโยคหนึ่งในโพสต์ของผู้บริหารระดับสูง Toyota Motor Thailand ที่น่าคิดมากกว่าประเด็น “รถญี่ปุ่นกับรถจีนใครดีกว่ากัน” เขาถามว่า ประเทศไทยกำ...