1,355 วันในเก้าอี้ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ — ถ้าไม่ดูรูปเปิดงาน แต่เปิดตัวเลขดู เราเห็นอะไรบ้าง?
ผมเพิ่งมาสะดุดชื่อ ศุภมิตร ชิณศรี จริง ๆ จัง ๆ จากประกาศวันที่ 27 กันยายน 2569 ที่กำหนดให้ทั้ง 6 อำเภอของสมุทรปราการเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากฝนหนักและน้ำทะเลหนุน
บ้านผมไม่ท่วม แต่ผมกลับสงสัยเรื่องอื่นมากกว่า
ผู้ว่าฯ คนนี้คือใคร แล้วที่ผ่านมาเขากับทีมทำอะไรกับจังหวัดนี้ไว้บ้าง?
พอค้นจึงพบว่า คำถามนี้น่าอายอยู่หน่อย เพราะเขาไม่ได้เพิ่งย้ายมา เขาเป็นรองผู้ว่าฯ สมุทรปราการมาตั้งแต่ปี 2563 ก่อนขึ้นเป็นผู้ว่าฯ ครั้งแรกวันที่ 2 ธันวาคม 2565 อยู่ถึง 30 กันยายน 2568 ย้ายไปนครสวรรค์ช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมารับตำแหน่งสมุทรปราการอีกครั้งวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ถ้านับถึง 28 กันยายน 2569 เท่ากับนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ สมุทรปราการมาแล้ว 1,355 วัน หรือประมาณ 3 ปี 8 เดือนครึ่ง ไม่นับช่วงที่เป็นรองผู้ว่าฯ มาก่อนอีกประมาณสองปี ข่าวนครสวรรค์ NakhonsawanNews
กระทรวงมหาดไทย ณ ปลายกันยายน 2569 ยังคงระบุเขาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการอยู่ ส่วนข้อมูลประวัติที่สื่อท้องถิ่นรวบรวมระบุว่าเขาเกิด 9 ธันวาคม 2508 และจะเกษียณสิ้นปีงบประมาณนี้ คือ 30 กันยายน 2569 แต่ผมยังไม่พบประกาศเกษียณเฉพาะรายของเขาจากหน่วยงานราชการโดยตรง จึงขอบันทึกตรงนี้ไว้ตามที่ตรวจสอบได้ ไม่เติมช่องว่างด้วยการเดา Ministry of Interior
บทนี้จึงไม่ตั้งใจพิสูจน์ว่าเขาเป็น “ผู้ว่าฯ ดี” หรือ “ผู้ว่าฯ แย่” เพราะตัวเลขจำนวนมากเป็นผลงานของทั้งระบบ ไม่ใช่บุคคลคนเดียว สิ่งที่ผมทำคือเปิด Annual Report, รายงาน ก.บ.จ., ข้อมูลกรมควบคุมมลพิษ, สวทช. และข่าวราชการ แล้วเอาตัวเลขมาวางให้เห็นว่า จังหวัดได้รับอะไร ทำอะไรเสร็จ อะไรยังค้าง และเรื่องไหนรัฐรายงานเก่งมากแต่ยังตอบคำถามประชาชนไม่ค่อยได้
ก่อนอื่น สมุทรปราการไม่ใช่จังหวัดเล็ก ๆ
รายงานประจำปี 2568 ระบุว่า สมุทรปราการมี 6 อำเภอ 50 ตำบล 394 หมู่บ้าน และโครงสร้างท้องถิ่นระดับจังหวัดรวมประมาณ 49 แห่ง ขณะที่เว็บไซต์จังหวัดระบุว่าผู้ว่าฯ กำกับส่วนราชการภูมิภาค 31 แห่ง รวมทั้งอำเภอ ส่วนราชการส่วนกลาง ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจและองค์การของรัฐ Samut Prakan
จังหวัดรายงาน GPP ล่าสุดในเอกสารปี 2568 ที่ 757,502.47 ล้านบาท เป็นอันดับ 4 ของประเทศ และ GPP ต่อหัว 320,293.94 บาท อันดับ 9 เฉพาะภาคอุตสาหกรรมสร้างมูลค่า 321,413.95 ล้านบาท การค้าส่งค้าปลีกและซ่อมยานยนต์ 112,523.11 ล้านบาท และขนส่งกับคลังสินค้า 109,251.47 ล้านบาท Samut Prakan
ดังนั้นงานบริหารจังหวัดนี้ไม่ใช่แค่จัดงานประเพณีแล้วกลับบ้าน มันคือการประสานจังหวัดอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ นิคม โรงงาน ถนน คลอง ระบบระบายน้ำ และประชากรจำนวนมหาศาล
ตรงนี้ควรเป็นมาตรฐานเวลาเราจะดูผลงานผู้ว่าฯ ด้วย: จังหวัดใหญ่ขนาดนี้ ผลลัพธ์ก็ควรมีอะไรที่วัดได้พอสมควร
ทีมของเขาคือใคร?
ช่วงต้นปี 2569 ข่าวทางการจังหวัดยังระบุรองผู้ว่าฯ 3 คน ได้แก่ ประทีป นทีทวีวัฒน์, ณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน และนิกูล ธนวรเมธ กระทรวงมหาดไทยเองก็ยังแสดงรายชื่อทั้งสามคนในฐานะรองผู้ว่าฯ สมุทรปราการ Samut Prakan
แต่โครงสร้างงานมีการเปลี่ยนช่วงปลายวาระ โดยคำสั่งจังหวัดที่ 6036/2569 ลงวันที่ 9 กันยายน 2569 แบ่งภารกิจหลักที่ปรากฏในเอกสารล่าสุดให้รองผู้ว่าฯ สองคน คือ ประทีปดู กลุ่มภารกิจด้านความมั่นคง และรับผิดชอบพื้นที่บางพลี บางบ่อ บางเสาธง ครอบคลุมงานอย่างท้องถิ่น พาณิชย์ เกษตร อุตสาหกรรม พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ส่วน นิกูล ธนวรเมธ ดู กลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจ ซึ่งชื่อกลุ่มอาจฟังแคบกว่างานจริง เพราะในแฟ้มมีตั้งแต่ยุทธศาสตร์จังหวัด ศูนย์ดำรงธรรม สาธารณสุข โยธาฯ แรงงาน ปภ. ที่ดิน ขนส่ง ตำรวจ ไปจนถึงหน่วยงานยุติธรรม และรับผิดชอบเมืองสมุทรปราการ พระประแดง และพระสมุทรเจดีย์ Samut Prakan
ณัชวันก์ยังปรากฏในข่าวประชุมผู้บริหารวันที่ 28 สิงหาคม แต่ไม่ปรากฏเป็นผู้รับกลุ่มภารกิจในคำสั่ง 9 กันยายนฉบับนี้ ดังนั้นผมจะไม่เดาต่อว่าในช่วงสุดท้ายเขารับผิดชอบแฟ้มใดครับ เอาตามเอกสารเท่าที่มีดีกว่า Samut Prakan
ถ้าดูเงินก่อน — ปี 2568 จังหวัดมีงบ 330 ล้าน และมากกว่าครึ่งถูกกันไว้ข้ามปี
ปีงบประมาณ 2568 จังหวัดได้รับงบตามแผนปฏิบัติราชการ 22 โครงการ 321,318,800 บาท และค่าบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการอีก 9 ล้านบาท รวม 330,318,800 บาท
ในจำนวนนี้มีงบที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีถึง 177,189,645 บาท หรือประมาณ 53.6% ของวงเงินทั้งหมด ถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เบิกเงินเหลื่อมปีไปแล้ว 121,031,339 บาท หรือ 68.31% เสร็จ 9 โครงการ ยังเหลือ 2 โครงการของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองที่ยังไม่เบิกจ่ายรวม 54,660,840 บาท Samut Prakan
ตรงนี้ต้องแฟร์กับระบบราชการด้วย เงินเหลื่อมปี ไม่ใช่เงินหาย และไม่ได้แปลว่าโครงการล้มเหลวโดยอัตโนมัติ งานก่อสร้างจำนวนมากมีสัญญาข้ามปี แก้แบบ ย้ายสาธารณูปโภค หรือมีเหตุขยายสัญญา
แต่ถ้างบกว่าครึ่งหนึ่งของปีหนึ่งต้องถูกกันไว้ไปทำต่อปีหน้า อย่างน้อยมันก็เป็นตัวเลขที่สมควรถูกติดตามต่อ ไม่ใช่รายงานแค่ว่า “ได้ดำเนินการตามแผนแล้ว”
ปี 2569 เงินส่วนใหญ่ลงถนนและโครงสร้างพื้นฐานจริง
ปีงบประมาณ 2569 แผนจังหวัดมีโครงการ 299,308,800 บาท และค่าใช้จ่ายบริหารแบบบูรณาการอีก 9 ล้านบาท รวมประมาณ 308.31 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือเงิน 276 ล้านบาท หรือกว่า 92% ของงบโครงการ เป็น “งบลงทุน” 19 โครงการ แบ่งให้แขวงทางหลวงสมุทรปราการ 7 โครงการ 123.5 ล้านบาท และแขวงทางหลวงชนบท 12 โครงการ 152.5 ล้านบาท Samut Prakan
ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 จังหวัดก่อหนี้ผูกพันครบทั้ง 19 โครงการแล้ว วงเงินตามสัญญา 273.569 ล้านบาท มีเงินเหลือจากจัดซื้อจัดจ้าง 2.431 ล้านบาท แต่ ณ snapshot วันนั้นเบิกจ่ายไป 57.440 ล้านบาท หรือ 20.81% และเสร็จสมบูรณ์ 1 โครงการ อีก 18 โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ Samut Prakan
จุดนี้แสดงให้เห็นข้อจำกัดเวลาอ่านรายงานราชการอย่างดีมาก ถ้าผมหยิบ “20.81%” มาเขียนตอนปลายเดือนกันยายนว่า ผู้ว่าฯ เบิกงบได้แค่นี้ ก็ไม่ยุติธรรม เพราะมันเป็นข้อมูลกลางเดือนพฤษภาคม ไม่ใช่ยอดปิดปี
สิ่งที่ควรถามจริง ๆ คือ ทำไมประชาชนไม่มีหน้าเดียวให้ดูสถานะล่าสุดของ 19 โครงการนี้แบบ real time
ที่น่าสนใจคือ มีทั้งงานเร็วและงานช้า ไม่ใช่ด้านเดียว
ตัวเลขรายโครงการในรายงาน ก.บ.จ. สนุกกว่าข่าวประชาสัมพันธ์เยอะ
งานปรับระดับผิวทางหลวง 3256 บางปู–บางพลี–กิ่งแก้ว งบ 27 ล้านบาท ณ กลางพฤษภาคมมีผลงานก่อสร้างสะสมเพียง 0.06% และช้ากว่าแผน 54 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่งานทางหลวงหมายเลข 3 บางช่วงล่าช้า 27.78% และอีกงานล่าช้า 61.45% เพราะติดสาธารณูปโภคในพื้นที่ ทั้งเสาไฟ บ่อพักสายไฟ และอุปสรรคหน้างาน Samut Prakan
แต่ไม่ได้ช้าทุกงาน ถนนทางหลวงชนบทบางโครงการทำได้ 100% เร็วกว่าแผน 44.86 จุดเปอร์เซ็นต์ อีกงานยกระดับถนนคลองสวน–ลูกวัวทำได้ 91.27% เร็วกว่าแผน 29.14 จุดเปอร์เซ็นต์ และอีกโครงการทำได้ 90.42% เร็วกว่าแผน 22.77 จุด Samut Prakan
อันนี้ควรชมวิธีรายงานมากกว่าตัวเลขเสียอีก เพราะมันบอกทั้งงานที่ดีและงานที่มีปัญหา
ถ้าหน่วยงานรัฐรายงานแบบนี้ทุกเรื่อง ประชาชนคงไม่ต้องพึ่งคำว่า “เร่งรัดอย่างเต็มที่” ซึ่งเป็นหน่วยวัดที่ค่อนข้างลึกลับทางวิทยาศาสตร์
ถนนมีผลงานที่จับต้องได้จริง
Annual Report 2568 ระบุการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 3256 บางปู–บางพลี ซึ่งเป็นเส้นทางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่มีปริมาณรถประมาณ 61,837 คันต่อวัน และอีกงานบนทางหลวงหมายเลข 3 ช่วงแบริ่ง–ท้ายบ้าน–บางตำหรุ ระยะ 8.6 กิโลเมตร Samut Prakan
ตรงนี้ให้เครดิตได้ เพียงแต่ต้องให้ถูกคน: ผู้ดำเนินงานคือ แขวงทางหลวงสมุทรปราการ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ ไปเทยางเองกับมือ ผู้ว่าฯ และ ก.บ.จ. อยู่ในกลไกแผน กำกับ ติดตาม และบูรณาการ
นี่เป็นเหตุผลที่ผมไม่ค่อยชอบคำว่า “ผลงานผู้ว่าฯ” แบบเหมารวม เพราะไม่ต่างจากนายกฯ ไปตัดริบบิ้นสะพานแล้วเราบอกว่าสร้างสะพานเอง
เรื่องน้ำ — ทำจริง แต่โจทย์ก็ยังใหญ่จริง
สมุทรปราการมี infrastructure ระบายน้ำขนาดใหญ่ สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิมีเครื่องสูบ 4 เครื่อง สามารถระบายลงอ่าวไทยสูงสุด 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และถูกใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออก Thai News
โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองหกส่วนที่แพรกษา ระยะ 500 เมตร งบเดิม 40 ล้านบาท ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของงานระบายน้ำ/ป้องกันตลิ่งที่อยู่ในแผนจังหวัด แต่ถึง 14 พฤษภาคม 2569 ยังมีเงินกันเหลื่อมปีของงานนี้ 24.655 ล้านบาท เบิกไป 5.514 ล้านบาท เหลือ 19.141 ล้านบาท โดยเอกสารระบุปัญหาขาดแรงงานต่างชาติ การแก้แบบ ตำแหน่งก่อสร้าง และการหล่อเสาเข็ม ทำให้ได้รับการขยายสัญญาถึง 22 กรกฎาคม 2569 Samut Prakan
แล้วปลายเดือนกันยายนเราก็เจอของจริง ฝนช่วง 24–27 กันยายนตกหนักกว่าที่ประเมิน บางพื้นที่สะสม เกือบ 300 มิลลิเมตร คลองหลายแห่งเต็มความจุจนการผลักน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่งเกิดปัญหาน้ำวนกลับ รัฐบาลจึงต้องเร่งพร่องน้ำลงทะเล Government Public Relations Department
วันที่ 27 กันยายน ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่บางเสาธง ขณะที่จังหวัดมีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่จากฝนหนักต่อเนื่องและน้ำทะเลหนุน ก่อนประกาศ ทั้ง 6 อำเภอ ทุกตำบล เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย Thai News
ตรงนี้ผมว่าไม่แฟร์ถ้าจะสรุปง่าย ๆ ว่า “น้ำท่วม = ผู้ว่าฯ ไม่ทำงาน” เพราะฝนระดับเกือบ 300 มม. ระบบคลอง น้ำทะเลหนุน น้ำเหนือ และโครงสร้างของหลายหน่วยงานเป็นเรื่องจริง
แต่คำถามที่ยังตอบยากก็คือ หลังทำงานกันมาหลายปี จำนวนจุดน้ำท่วมซ้ำลดลงเท่าไร ระยะเวลาน้ำขังเฉลี่ยสั้นลงหรือไม่ กำลังสูบเพิ่มขึ้นจากต้นวาระเท่าไร และคอขวดหลักแก้ไปแล้วกี่แห่ง
ผมหาตัวเลข longitudinal แบบนี้ที่อ่านง่ายจากจังหวัดยังไม่เจอ
และนี่อาจน่าสนใจกว่าเรื่องว่าผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ใส่รองเท้าบูตหรือยังเสียอีก
Traffy Fondue ไม่ใช่ของกรุงเทพฯ — และสมุทรปราการใช้จริงทั้งจังหวัด
หลายคนรวมถึงผมเคยนึกว่า Traffy Fondue เป็นของ กทม. แต่จริง ๆ เป็นระบบที่พัฒนาโดยเนคเทค สวทช. และขยายใช้ทั่วประเทศ โดยปี 2566 สมุทรปราการเป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดแรกที่ทุกส่วนราชการในจังหวัดใช้ระบบนี้ และต่อมาขยายเป็น 14 จังหวัด NSTDA
ตัวเลขของสมุทรปราการน่าสนใจมาก:
| ปีงบประมาณ | เรื่องใน Traffy | ดำเนินการเสร็จ | ยังดำเนินการ | อัตราเสร็จ |
|---|---|---|---|---|
| 2565 | 456 | 351 | 105 | 76.97% |
| 2566 | 2,878 | 1,551 | 1,327 | 53.89% |
| 2567 | 7,710 | 4,012 | 3,698 | 52.03% |
| 2568 | 6,254 | 2,249 | 4,005 | 35.95% |
ตัวเลขชุดนี้อยู่ใน Annual Report ของจังหวัดเอง Samut Prakan
จำนวนเรื่องพุ่งจาก 456 เป็นหลายพันหลังผลักระบบใหม่ ไม่ควรแปลตรง ๆ ว่าปัญหาจังหวัดเพิ่มขึ้นสิบเท่า เพราะช่องทางเข้าถึงง่ายขึ้นและการใช้งานขยายตัวด้วย
แต่สิ่งที่ตัวเลขพูดได้โดยไม่ต้องปรุงแต่งคือ สัดส่วนเรื่องที่ถูกระบุว่า “ดำเนินการแล้วเสร็จ” ลดจาก 76.97% เหลือ 35.95% และในปี 2568 มีเรื่องที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ 4,005 เรื่อง
นี่เป็นตัวเลขที่ผมอยากเห็นจังหวัดอธิบายมากกว่ารูปประชุมครับ ว่า backlog มาจากหน่วยงานไหน เรื่องประเภทไหน ใช้เวลากี่วัน และทำไมอัตราปิดเรื่องลดลง
แล้วทำไมศูนย์ดำรงธรรมดูสวยกว่ามาก?
ข้อมูลอีกชุดในรายงานจังหวัดคือศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งรายงานจำนวนเรื่องร้องเรียนลดจาก 2,471 เรื่องในปี 2565 → 1,305 ใน 2566 → 1,100 ใน 2567 → 912 ใน 2568 และรายงานว่าเรื่องในช่องทางนี้ดำเนินการเป็นที่ยุติ 100%
ตรงนี้ต้องระวังมาก เพราะ ศูนย์ดำรงธรรมกับ Traffy Fondue เป็นคนละระบบ นิยามการรับเรื่องและสถานะก็อาจไม่เหมือนกัน จึงเอา “100%” ของศูนย์ดำรงธรรมมาเถียงกับ “35.95%” ของ Traffy ตรง ๆ ไม่ได้ Annual Report เองก็แยกสองระบบออกจากกันอย่างชัดเจน Samut Prakan
นี่เป็นตัวอย่างชั้นดีของปัญหาข้อมูลราชการ: พอถามว่า “จังหวัดแก้เรื่องร้องเรียนได้กี่เปอร์เซ็นต์?” คำตอบที่ถูกคือ
“ถามก่อนว่าหมายถึงระบบไหน”
คุ้มครองผู้บริโภค: งานเพิ่ม Backlog ก็เพิ่ม
ตารางของจังหวัดเรื่องงานคุ้มครองผู้บริโภคชัดมาก
ปี 2565 มี 136 เรื่อง จบ 136 เรื่อง
ปี 2566 มี 122 เรื่อง จบ 122 เรื่อง
ปี 2567 มี 144 เรื่อง จบ 114 เหลือ 30
ปี 2568 เพิ่มเป็น 256 เรื่อง จบ 165 เหลือ 91 หรือจบ 64.45%
แปลว่าระหว่าง 2565 ถึง 2568 จำนวนเรื่องเพิ่ม 88.2% และในเวลาเดียวกันสัดส่วนที่ดำเนินการเสร็จลดลงจาก 100% เป็น 64.45% Samut Prakan
จะสรุปว่าเจ้าหน้าที่ทำงานแย่ลงก็เร็วเกินไป เพราะไม่รู้ว่าเรื่องปีหลังยากขึ้นไหม และมีเรื่องที่เพิ่งเข้าปลายปีเท่าไร
แต่สรุปได้ว่า ภาระงานและงานค้างเพิ่มขึ้น ซึ่งควรเป็นข้อมูลสำหรับคนบริหารรุ่นถัดไป
พัฒนาคน: นับผู้เข้าอบรมได้ แต่ผลหลังอบรมยังมองไม่ชัด
ปี 2568 จังหวัดจัดฝึกทักษะเพื่อประกอบอาชีพอิสระ 50 รุ่น รุ่นละ 20 คน รวม 1,000 คน ฝึกสามวันต่อรุ่น หลักสูตรเช่นจักสานหวายเทียม 21 รุ่น มัดย้อม 11 รุ่น Eco Print 6 รุ่น และอื่น ๆ Samut Prakan
นี่เป็น output ที่ชัดและตรวจสอบได้
แต่คำถามที่ผมหาคำตอบต่อในรายงานไม่เจอคือ หลังผ่านไป 6 เดือนหรือ 1 ปี 1,000 คนนี้เริ่มอาชีพจริงกี่คน รายได้เพิ่มกี่บาท เลิกทำไปกี่คน
นี่ไม่ได้หมายความว่าโครงการไม่มีประโยชน์
มันหมายความว่าเราเก่งมากในการนับ คนที่เข้าอบรม แต่ยังไม่ค่อยเก่งในการเล่าว่า อบรมแล้วชีวิตเขาเปลี่ยนอย่างไร
PM2.5 — ตัวเลขนี้คงพูดเบา ๆ ไม่ค่อยได้
รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกปี 2567 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 ระบุว่า PM2.5 เกินมาตรฐานในทุกสถานีของสมุทรปราการที่รายงาน โดยจำนวนวันเกินมาตรฐานคือ ทรงคนอง 52 วัน, ตลาดพระประแดง 22 วัน, ปากน้ำ 90 วัน, บางเสาธง 21 วัน และบางโปรง 28 วัน ปากน้ำจึงเป็นจุดปัญหาหนักที่สุดของจังหวัดในตารางชุดนี้ PCD Chonburi
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเอาจำนวนวันปี 2567 ไปเทียบกับปีเก่าแล้วสรุปว่าแย่ลงทันที เพราะประเทศไทยปรับมาตรฐาน PM2.5 ราย 24 ชั่วโมงให้เข้มขึ้นตั้งแต่ปี 2566 การเปรียบเทียบข้ามปีจึงควรคำนวณจากข้อมูลดิบด้วย threshold เดียวกันก่อน
สิ่งที่บอกได้แน่คือ ปี 2567 ปากน้ำมีอากาศ PM2.5 เกินมาตรฐานถึง 90 วัน และสำหรับจังหวัดที่ภาคอุตสาหกรรมสร้างมูลค่ากว่า 321,000 ล้านบาท เรื่องคุณภาพอากาศควรเป็น KPI จังหวัดที่ประชาชนเปิดดูง่ายกว่านี้
เรื่องความโปร่งใส — ตัวเลขค่อนข้างดี
ด้าน ITA ปี 2568 สมุทรปราการมีหน่วยงานเข้าประเมิน 50 แห่ง ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ 85 คะแนนขึ้นไป 49 แห่ง หรือ 98% แบ่งเป็นผ่านดีเยี่ยม 4 แห่ง ผ่านดี 27 แห่ง ผ่าน 18 แห่ง และต้องปรับปรุง 1 แห่ง จังหวัดตั้งเป้าปี 2569 ให้ผ่านครบ 100% Samut Prakan
อันนี้ควรบันทึกเป็นด้านบวกของระบบราชการจังหวัด
แต่อีกครั้ง ITA คือผลประเมินตามเกณฑ์คุณธรรมและความโปร่งใส ไม่ได้เท่ากับใบรับรองว่าไม่มีการทุจริต เป็นคนละเรื่องกัน
มีกรณีที่เห็น “อำนาจผู้ว่าฯ” ชัด ๆ ไหม? มี
เรื่องที่แยกจากโครงการถนนหรือคลองได้ง่ายที่สุดคือวันที่ 29 มกราคม 2569 มีการเผยแพร่คำสั่งจังหวัด 77/2569 ที่ศุภมิตรเห็นชอบให้ ทรงชัย นกขมิ้น พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.ราชาเทวะ หลังการสอบสวนเกี่ยวกับการไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่และการรายงานข้อเท็จจริงภายหลังถูกฟ้องคดี ตามรายละเอียดในคำสั่ง Thai PBS
กรณีนี้ถือเป็นงานที่โยงกับบทบาทผู้ว่าฯ โดยตรงมากกว่าการไปใส่ชื่อผู้ว่าฯ ไว้เหนือโครงการทางหลวง เพราะหนึ่งในหน้าที่สำคัญของผู้ว่าฯ คือการกำกับราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย
ส่วนเรื่องทรัพย์สิน มีข้อมูลละเอียดกว่าผลลัพธ์จังหวัดเสียอีก
ตอนเข้ารับตำแหน่งวันที่ 2 ธันวาคม 2565 บัญชีที่เปิดเผยต่อ ป.ป.ช. ระบุว่าศุภมิตรกับคู่สมรสมีทรัพย์สินรวม 32,567,187 บาท หนี้สิน 1,392,150 บาท โดยตัวเขามีทรัพย์สิน 23.42 ล้านบาท คู่สมรส 9.15 ล้านบาท และมีรายการทองคำแท่งรวมหนัก 205 บาททองคำอยู่ในทรัพย์สินที่แจ้ง Isranews
ผมไม่ได้ใส่ข้อมูลนี้เพราะเห็นว่าคนมีทรัพย์สิน 32 ล้านบาทเป็นเรื่องผิดปกติ — มันไม่ใช่หลักฐานอะไรทำนองนั้นเลย
ที่ใส่เพราะมันทำให้เห็นความย้อนแย้งน่ารัก ๆ ของรัฐไทย:
เราสามารถค้นได้ละเอียดว่าผู้ว่าฯ มีเงินฝากกี่บัญชี ทองหนักกี่บาท มีรถกี่คัน
แต่ถ้าถามว่า “ตั้งแต่รับตำแหน่งมา จุดน้ำท่วมซ้ำลดลงกี่จุด?”
ผมยังต้องค้น PDF ทีละเล่มอยู่เลย
แล้วสรุปเกือบสี่ปีนี้ว่าอย่างไร?
หลังขุดข้อมูลทั้งหมด ผมเลิกใช้ประโยคว่า “ผู้ว่าฯ คนนี้ไม่ทำอะไรเลย”
เพราะมันไม่จริง
มีถนนที่สร้างและซ่อม มีงานน้ำ มีโครงการเกษตรและอาชีพ มีระบบ Traffy มีศูนย์ดำรงธรรม มีการกำกับท้องถิ่น มีงานสิ่งแวดล้อม มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายร้อยล้าน และมีบางโครงการทำได้เร็วกว่ากำหนดอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกันก็มีโครงการล่าช้าหนัก มีเงินจำนวนมากที่ต้องกันเหลื่อมปี มี backlog ใน Traffy ถึง 4,005 เรื่องในปี 2568 งานคุ้มครองผู้บริโภคเหลือค้าง 91 เรื่อง PM2.5 ที่ปากน้ำเกินมาตรฐาน 90 วัน และปลายเดือนกันยายน 2569 จังหวัดยังต้องประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครบทั้ง 6 อำเภอ Samut Prakan
แต่ผมก็ยังไม่สามารถหยิบตัวเลขเหล่านี้แล้วประกาศว่า “ทั้งหมดนี้เป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลวของศุภมิตร”
เพราะผู้ว่าฯ ไม่ได้บริหารจังหวัดเหมือน CEO บริษัทแห่งเดียว อำนาจกระจายอยู่กับกรม กระทรวง อบจ. เทศบาล อบต. แขวงทางหลวง ชลประทาน หน่วยงานสิ่งแวดล้อม และองค์กรรัฐอีกกองใหญ่
สิ่งที่ผมกลับเห็นชัดที่สุดหลังค้นอยู่พักใหญ่จึงไม่ใช่เรื่อง “ผู้ว่าฯ คนนี้เก่งหรือไม่เก่ง”
แต่คือ ระบบราชการจังหวัดสื่อสารผลลัพธ์กับประชาชนได้แย่มาก
เว็บไซต์บอกได้ว่า
ประชุมครั้งที่ 8/2569
อบรม 1,000 คน
ก่อสร้าง 9.6 กิโลเมตร
เบิก 20.81%
ดำเนินกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว
แต่ไม่มีหน้าเดียวที่บอกคนสมุทรปราการว่า
ตอนผู้ว่าฯ คนนี้เข้ามา จังหวัดอยู่ตรงไหน
สี่ปีตั้งเป้าอะไร
ใช้เงินไปเท่าไร
ตัวเลขอะไรดีขึ้น
อะไรแย่ลง
และอะไรยังแก้ไม่สำเร็จ
ข้อมูลมีครับ
แต่ประชาชนต้องทำหน้าที่เป็นนักโบราณคดี PDF เอง
ส่งท้ายคนที่ผมเพิ่งรู้จักตอนใกล้ปิดแฟ้ม
ผมเริ่มค้นเรื่องนี้เพราะเห็นชื่อผู้ว่าฯ ใต้ประกาศน้ำท่วมแล้วถามว่า
“ใครวะ?”
พอค้นเสร็จ อย่างน้อยผมก็ต้องแก้ความเข้าใจตัวเองเรื่องหนึ่ง — เขาไม่ได้ไม่มีผลงาน และทีมจังหวัดก็ไม่ได้เอาแต่เปิดงานถ่ายรูปอย่างที่หน้า Feed ทำให้รู้สึก
มีงานจริง เงินจริง โครงการจริง และตัวเลขจริงให้ตรวจสอบได้เยอะกว่าที่คิด
แต่ในทางกลับกัน การที่คนซึ่งอยู่จังหวัดเดียวกันสามารถผ่านผู้ว่าฯ คนหนึ่งมาเกือบสี่ปี โดยแทบไม่รู้ว่าเขาตั้งเป้าพัฒนาจังหวัดอะไรไว้และทำสำเร็จไปแค่ไหน ก็น่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารภาครัฐอย่างหนึ่งเหมือนกัน
อีกไม่กี่วันก็สิ้นปีงบประมาณแล้ว
ไม่ว่าคนต่อไปจะเป็นใคร ผมไม่ได้อยากเห็นรูปเปิดงานน้อยลงหรอกครับ ถ้าหน้าที่ต้องไปก็ไป
แค่อยากได้อะไรเพิ่มอีกอย่าง
Dashboard หน้าเดียว
บอกผมว่าถนนเสร็จกี่เส้น น้ำท่วมซ้ำกี่จุด PM2.5 กี่วัน เรื่องร้องเรียนค้างเท่าไร เงิน 300 ล้านใช้ไปไหน เป้าหมายปีนี้ทำได้กี่เปอร์เซ็นต์ และปีหน้าจะเอาอะไรต่อ
ถ้าทำได้ วันหนึ่งตอนผู้ว่าฯ คนต่อไปกำลังจะหมดวาระ
เราอาจไม่ต้องมาเปิด Google แล้วเริ่มต้นคำถามเดิมอีกครั้งว่า
“ที่ผ่านมา ท่านทำอะไรไว้บ้าง?”
แหล่งข้อมูลหลัก
- จังหวัดสมุทรปราการ — Annual Report 2025 / รายงานประจำปีงบประมาณ 2568 เป็นแหล่งหลักของข้อมูล GPP ถนน ฝึกอาชีพ Traffy ศูนย์ดำรงธรรม งานผู้บริโภค และโครงการต่าง ๆ เปิด Annual Report 2025
- จังหวัดสมุทรปราการ — รายงานประชุม ก.บ.จ. ครั้งที่ 2/2569 วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 มีรายละเอียดงบ 2568–2569 เงินเหลื่อมปี การเบิกจ่าย และความคืบหน้ารายโครงการ เปิดรายงาน ก.บ.จ. 2/2569
- จังหวัดสมุทรปราการ — คำสั่งที่ 6036/2569 ลงวันที่ 9 กันยายน 2569 เรื่องการแบ่งภารกิจรองผู้ว่าฯ เปิดคำสั่งมอบอำนาจล่าสุด
- กระทรวงมหาดไทย — รายชื่อผู้บริหารจังหวัดปัจจุบัน รวมผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ สมุทรปราการ รายชื่อผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย
- สวทช./เนคเทค — ข้อมูลการใช้ Traffy Fondue ทั่วประเทศและการที่สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ใช้ครบหน่วยราชการตั้งแต่ปี 2566 Traffy Fondue ในจังหวัดทั่วประเทศ
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 — รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก ปี 2567 รวมสถิติ PM2.5 สมุทรปราการ เปิดรายงานสิ่งแวดล้อมปี 2567
- กรมประชาสัมพันธ์ — สถานการณ์น้ำสมุทรปราการ 26 กันยายน 2569 และฝนสะสมเกือบ 300 มม. รายงานสถานการณ์น้ำ 26 ก.ย. 2569
- อบต.บางบ่อ — ประกาศทางการเรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย 6 อำเภอ วันที่ 27 กันยายน 2569 ดูประกาศเขตประสบสาธารณภัย
- Thai PBS — รายละเอียดคำสั่ง 77/2569 กรณีนายก อบต.ราชาเทวะ อ่านรายละเอียดคำสั่ง
- สำนักข่าวอิศรา — ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. เปิดเผยกรณีเข้ารับตำแหน่งในปี 2565 อ่านบัญชีทรัพย์สินและรายละเอียด
หมายเหตุเรื่องการอ่านตัวเลข: โครงการที่กล่าวถึงในบทความจำนวนมากดำเนินการโดยหน่วยงานเฉพาะ เช่น แขวงทางหลวง โยธาธิการ ปภ. สำนักงานแรงงาน และ อปท. การเกิดขึ้นในช่วงวาระของผู้ว่าฯ ไม่ได้ทำให้เป็น “ผลงานส่วนบุคคล” ทั้งหมด ในทางกลับกัน ปัญหาที่เกิดในจังหวัดก็ไม่ควรโยนเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลทั้งหมดเช่นกัน บทความนี้จึงใช้ตัวเลขเพื่อดูการบริหารจังหวัดในช่วงเวลาดังกล่าว มากกว่าตัดสินตัวบุคคลจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งครับ.