เมื่อพูดถึงกลุ่มศาสนาและชาติพันธุ์ที่มักถูกมองว่า "ไปอยู่ที่ไหนก็มีปัญหา" หรือ "เข้ากับใครไม่ค่อยได้" สองกลุ่มที่ถูกกล่าวถึงบ่อยคือ มุสลิม และ ยิว ทั้งสองกลุ่มมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน แต่ทำไมถึงมีภาพลักษณ์แบบนี้? และทำไมยิวถึงดูเหมือนไม่มีปัญหามากเท่ามุสลิม? มาดูรายละเอียดกัน
1. การแยกตัวทางวัฒนธรรมและศาสนา
มุสลิม
- มุสลิมหลายกลุ่มมีแนวโน้ม รวมตัวกันเป็นชุมชนปิด และไม่ผสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมเจ้าบ้าน
- มีกฎทางศาสนาที่เคร่งครัด เช่น อาหารฮาลาล การละหมาด 5 เวลา และการแต่งกายที่ต้องปกปิด ซึ่งบางครั้งขัดแย้งกับค่านิยมของสังคมที่พวกเขาไปอยู่
- บางกลุ่มพยายามเปลี่ยนแปลงกฎของประเทศเจ้าบ้าน เช่น ขอให้มีวันหยุดตามศาสนาอิสลาม หรือขอให้ร้านค้าปรับตัวให้เหมาะกับมุสลิม
ยิว
- ยิวก็มี ชุมชนของตัวเอง โบสถ์ของตัวเอง และอาหารโคเชอร์ ซึ่งมีข้อจำกัดคล้ายกับฮาลาล
- แต่ยิวไม่ได้พยายามเรียกร้องให้คนอื่น เปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับศาสนาของพวกเขา พวกเขาทำของตัวเองเงียบ ๆ
- อยู่ที่ไหนก็สามารถรักษาวัฒนธรรมของตัวเองได้โดยไม่ไปกดดันสังคมรอบข้าง
➡ สรุป: มุสลิมบางกลุ่มพยายามให้สังคมเปลี่ยนตามพวกเขา แต่ยิวปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่พวกเขาอยู่
2. เศรษฐกิจและการศึกษา
มุสลิม
- มุสลิมผู้อพยพจำนวนมากเป็นแรงงานทักษะต่ำ และมักต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐ ทำให้ถูกมองว่าเป็น "ภาระของสังคม"
- ในบางประเทศยุโรป อัตราการว่างงานของชาวมุสลิมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรทั่วไป
- มีอัตราการเกิดสูง และบางครั้งมุสลิมบางกลุ่มมีแนวคิด “แพร่พันธุ์เพื่อขยายอิสลาม” ซึ่งทำให้เกิดความกังวลในบางประเทศที่ประชากรมุสลิมเพิ่มขึ้นเร็วมาก
ยิว
- ยิวให้ความสำคัญกับการศึกษาและเศรษฐกิจ พวกเขามักเป็นนักกฎหมาย นักวิทยาศาสตร์ นักธุรกิจ และเจ้าของกิจการ
- ไม่ค่อยพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ และสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง
- ไม่มีแนวคิด "ขยายจำนวนประชากร" แบบมุสลิม
➡ สรุป: ยิวอยู่ได้เพราะพวกเขา "ช่วยตัวเองได้" แต่บางกลุ่มมุสลิมอาจกลายเป็นภาระของรัฐ ทำให้ถูกมองในแง่ลบ
3. การเชื่อมโยงกับความรุนแรงและความขัดแย้ง
มุสลิม
- มีกลุ่มสุดโต่งที่ก่อการร้าย เช่น ISIS, อัลกออิดะห์, Boko Haram ทำให้ภาพลักษณ์ของมุสลิมเสียหาย
- หลายประเทศกังวลเรื่อง “ญิฮาด” หรือแนวคิดศาสนาที่สนับสนุนความรุนแรง
- มีการจลาจลและความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับชาวมุสลิมในยุโรปหลายครั้ง เช่น การประท้วงที่รุนแรงในฝรั่งเศสและเยอรมนี
ยิว
- ไม่มีองค์กรก่อการร้ายระดับโลกที่เป็นของชาวยิว
- ปัญหาของยิวส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ รัฐอิสราเอลและปาเลสไตน์ ไม่ใช่การก่อการร้ายระดับสากล
➡ สรุป: มุสลิมถูกมองว่าเป็นภัยด้านความมั่นคงมากกว่ายิว เพราะเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายระดับโลก
4. การควบคุมอำนาจและภาพลักษณ์ในสังคม
มุสลิม
- มุสลิมโดยรวมไม่มีอิทธิพลในสื่อและการเมืองของประเทศที่พวกเขาอพยพไป
- มักเป็นแรงงาน ไม่ใช่กลุ่มผู้มีอำนาจ ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสควบคุมภาพลักษณ์ของตัวเอง
ยิว
- ยิวมีอิทธิพลใน ธุรกิจ การเงิน และสื่อระดับโลก เช่น Goldman Sachs, JP Morgan, Hollywood
- สามารถควบคุมภาพลักษณ์ของตัวเองในสื่อได้ดีกว่า
➡ สรุป: ยิว "มีเงิน มีอำนาจ" เลยสามารถควบคุมภาพลักษณ์ของตัวเองได้ แต่มุสลิมมักไม่มีพลังต่อรอง
ข้อสรุป
ประเด็น | ยิว | มุสลิม |
---|---|---|
การแยกตัว | แยกตัวแต่ไม่บังคับให้คนอื่นตาม | แยกตัว + พยายามให้สังคมเปลี่ยนตาม |
การศึกษาและเศรษฐกิจ | มีการศึกษาสูง เป็นเจ้าของธุรกิจ | บางกลุ่มอพยพเป็นแรงงานทักษะต่ำ |
อัตราการเกิด | ควบคุมจำนวนประชากร | อัตราการเกิดสูง พยายามขยายอิทธิพล |
การเชื่อมโยงกับความรุนแรง | ไม่มีการก่อการร้ายระดับโลก | มี ISIS, อัลกออิดะห์ ฯลฯ |
การปรับตัว | อยู่เป็นและไม่สร้างปัญหาให้เจ้าบ้าน | บางกลุ่มต้องการเปลี่ยนสังคมเจ้าบ้าน |
อำนาจทางการเมือง | มีอิทธิพลในสื่อและเศรษฐกิจ | อ่อนแอในเวทีโลก |
➡ สุดท้าย: ยิว "อยู่เป็น" และมีอำนาจทางเศรษฐกิจ ทำให้ปัญหาน้อยกว่า แต่มุสลิมบางกลุ่มพยายามเปลี่ยนแปลงสังคมที่พวกเขาไปอยู่ ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น