新鴛鴦蝴蝶夢
เมื่อเพลงรักจาก เปาบุ้นจิ้น ซ่อนบทกวีพันปีไว้ในความเศร้า
ถ้าเคยดู เปาบุ้นจิ้น (包青天) ฉบับไต้หวันยุค 1990s มีโอกาสสูงมากที่เพียงเสียงอินโทรของเพลง 《新鴛鴦蝴蝶夢》 Xīn Yuānyāng Húdié Mèng ดังขึ้น ความทรงจำบางอย่างก็จะย้อนกลับมาทันที
สำหรับคนไทยจำนวนมาก เพลงนี้อาจเป็นเพียง “เพลงจีนเพราะ ๆ จากเปาบุ้นจิ้น”
แต่ถ้าเปิดเนื้อเพลงออกมาดูทีละบรรทัด จะพบว่ามันน่าสนใจกว่านั้นมาก
เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเพลงอกหักธรรมดา หากเป็นการนำ บทกวีจีนสมัยราชวงศ์ถัง อายุเกินหนึ่งพันปี มาร้อยเข้ากับภาษาป๊อปสมัยใหม่ แล้วค่อย ๆ พาผู้ฟังจากความเสียดายอดีต ไปสู่คำถามเกี่ยวกับความรัก ความไม่สมหวัง และท้ายที่สุดคือการยอมรับธรรมชาติของชีวิต
เพลงนี้แต่งคำร้องและทำนองโดย 黃安 Huang An (หวงอัน) เรียบเรียงโดย 詹宏達 Zhan Hongda และออกอยู่ในอัลบั้มชื่อเดียวกันในปี 1993 ก่อนจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากละครโทรทัศน์ 包青天 ฉบับไต้หวันในปีเดียวกัน แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างเพลงระบุว่า Huang An ตั้งใจสร้างทำนองที่มีกลิ่นอายแบบจีนด้วยโครงเสียงห้าเสียง หรือ pentatonic scale และนำกวีนิพนธ์จีนโบราณมาเป็นวัตถุดิบสำคัญของเนื้อร้อง
แต่สิ่งที่ทำให้เพลงนี้พิเศษจริง ๆ อยู่ในคำว่า
“昨日” — เมื่อวาน
“今日” — วันนี้
และ “明朝” — พรุ่งนี้
เพียงสามช่วงเวลานี้ก็แทบจะสรุปทั้งเพลงได้แล้ว
เพลงเริ่มต้นขึ้นจากบทกวีของ “หลี่ไป๋”
ก่อนอ่านเนื้อเพลง เราควรรู้จักบทกวีหนึ่งบทก่อน
นั่นคือ
《宣州謝朓樓餞別校書叔雲》
Xuānzhōu Xiè Tiǎo Lóu Jiànbié Jiàoshū Shū Yún
ของ 李白 Lǐ Bái — หลี่ไป๋ กวีผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ถัง
ในบทกวีนี้มีวรรคอันโด่งดังว่า
棄我去者,昨日之日不可留;
亂我心者,今日之日多煩憂。
ความหมายประมาณว่า
“วันวานซึ่งทอดทิ้งข้าไปนั้น มิอาจเหนี่ยวรั้งไว้ได้อีกแล้ว
ส่วนวันนี้ที่ทำให้ใจข้าว้าวุ่น ก็เต็มไปด้วยความทุกข์กังวล”
และต่อมามีอีกสองวรรคซึ่งกลายเป็นหนึ่งในวรรคทองของวรรณกรรมจีน
抽刀斷水水更流,
舉杯消愁愁更愁。
ชักดาบหมายตัดสายน้ำ แต่น้ำกลับยิ่งไหล
ยกจอกหมายคลายความทุกข์ แต่ทุกข์กลับยิ่งทวี
บทกวีของหลี่ไป๋มีบันทึกอยู่ในคัมภีร์รวมบทกวีสมัยถัง และข้อความดังกล่าวตรงกับที่ยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน
Huang An นำแนวคิดนี้มาเปลี่ยนจากภาษากวีโบราณให้กลายเป็นเพลงป๊อปได้อย่างแนบเนียน
และนั่นทำให้เราเข้าสู่เนื้อเพลง
第一段 — เมื่ออดีตผ่านไปแล้ว แต่วันนี้ก็ไม่ได้ดีขึ้น
昨日像那東流水
Zuórì xiàng nà dōng liúshuǐ
離我遠去不可留
Lí wǒ yuǎn qù bù kě liú
今日亂我心 多煩憂
Jīnrì luàn wǒ xīn, duō fányōu
ฉันขอถ่ายทอดเป็นภาษาไทยว่า
วานวันดุจสายน้ำที่ไหลลับสู่บูรพา
จากฉันไปแสนไกล มิอาจเหนี่ยวรั้งไว้
ส่วนวันนี้กลับรบกวนหัวใจ
เต็มไปด้วยความทุกข์กังวล
สิ่งสำคัญอยู่ที่คำว่า 東流水 — สายน้ำไหลสู่ตะวันออก
แม่น้ำใหญ่ของจีนจำนวนมากไหลไปสู่ทะเลทางตะวันออก “สายน้ำไหลตะวันออก” จึงกลายเป็นภาพเปรียบของ เวลาที่ล่วงเลยไปแล้วและไม่มีวันย้อนกลับ
มันจึงไม่ใช่เพียง
“เมื่อวานผ่านไปแล้ว”
แต่คือ
สิ่งที่จากเราไปแล้ว ต่อให้ต้องการเพียงใด เราก็เรียกกลับมาไม่ได้
ตรงนี้ Huang An ดัดแปลงจากบทเปิดของหลี่ไป๋อย่างชัดเจน โดยเปลี่ยนภาษากวีโบราณให้กลายเป็นภาพง่าย ๆ ของแม่น้ำที่ไหลจากเราไป
และสิ่งที่เจ็บกว่าคือ
อดีตก็กลับไปไม่ได้
แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้ทำให้เราสบายใจขึ้นเลย
นี่คือสภาวะของคนที่ยังติดค้างอยู่กับบางสิ่งอย่างสมบูรณ์
“ชักดาบฟันสายน้ำ” — ภาพที่สวยและสิ้นหวังที่สุดภาพหนึ่ง
抽刀斷水水更流
Chōu dāo duàn shuǐ, shuǐ gèng liú
舉杯消愁愁更愁
Jǔ bēi xiāo chóu, chóu gèng chóu
แปลว่า
ชักดาบฟันสายน้ำ
น้ำกลับยิ่งไหลไม่สิ้น
ยกจอกหวังดับทุกข์
ทุกข์กลับยิ่งทบทวี
สองบรรทัดนี้แทบจะถูกนำมาจากหลี่ไป๋โดยตรง
และเป็นอุปมาที่งดงามมาก
ลองนึกภาพคนคนหนึ่งยืนอยู่ริมแม่น้ำ ชักดาบออกมาแล้วฟันลงกลางกระแสน้ำ
ชั่วขณะหนึ่ง น้ำอาจแหวกออก
แต่ทันทีหลังจากนั้นมันก็ไหลกลับมารวมกันเหมือนเดิม
บางสิ่งในชีวิตก็เป็นเช่นนั้น
เราอาจพยายามตัดมันออก
พยายามลืม
พยายามบอกว่าจบแล้ว
พยายามดื่มเพื่อไม่ให้คิดถึงมัน
แต่ยิ่งพยายามไม่คิด
กลับยิ่งคิด
นี่คือความหมายของ
抽刀斷水水更流
“ยิ่งตัด น้ำยิ่งไหล”
และ
舉杯消愁愁更愁
“ยิ่งดื่มเพื่อดับทุกข์ ทุกข์กลับยิ่งมากขึ้น”
ในบทกวีของหลี่ไป๋ ความทุกข์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เรื่องรัก แต่เป็นความผิดหวังต่อชีวิตและโลกโดยรวม ส่วน Huang An นำภาพเดียวกันมาใส่ไว้ในบริบทของความรัก ทำให้ความหมายแคบลง แต่ในขณะเดียวกันก็ใกล้ตัวคนฟังขึ้นอย่างมาก
明朝清風四飄流
Míngzhāo qīngfēng sì piāoliú
ครั้นถึงรุ่งพรุ่งนี้
สายลมใสก็จะพัดล่องไปทั่วสารทิศ
คำว่า 明朝 ตรงนี้อ่านว่า míngzhāo หมายถึง “รุ่งพรุ่งนี้” ไม่ใช่ราชวงศ์หมิง
ประโยคนี้ฟังดูเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
หลังจาก
เมื่อวาน — กลับคืนไม่ได้
วันนี้ — เต็มไปด้วยความทุกข์
เหลือเพียง
พรุ่งนี้
อาจต้องปล่อยทุกอย่างให้ไหลไปเหมือนสายลม
น่าสนใจว่าตอนจบของบทกวีต้นทางของหลี่ไป๋รุนแรงกว่านี้ เขาเขียนว่า
人生在世不稱意,明朝散髮弄扁舟。
โดยใจความคือ
เมื่อชีวิตไม่เป็นดังใจ พรุ่งนี้ก็ปล่อยผมลง แล้วออกเรือล่องไปเสียเถิด
เป็นความรู้สึกประมาณว่า
ในเมื่อโลกใบนี้ไม่เป็นอย่างที่หวัง
ก็เลิกดิ้นรน แล้วไปตามทางของตัวเองเสีย
Huang An ทำให้อารมณ์นั้นนุ่มลง จนเหลือเพียง “สายลมที่พัดล่องไป”
แต่แก่นเดิมยังอยู่
บางครั้งสิ่งเดียวที่เราทำได้ คือปล่อย
第二段 — “คนใหม่หัวเราะ คนเก่าร้องไห้”
จากหลี่ไป๋ เพลงเดินทางไปหาอีกหนึ่งกวียิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ถัง
杜甫 Dù Fǔ — ตู้ฝู่
由來只有新人笑
Yóulái zhǐ yǒu xīnrén xiào
有誰聽到舊人哭
Yǒu shéi tīngdào jiùrén kū
แปลอย่างรักษาน้ำเสียงได้ว่า
แต่ไหนแต่ไร
ผู้คนได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของคนใหม่
แล้วใครบ้างเล่า
จะได้ยินเสียงร่ำไห้ของคนเก่า
ท่อนนี้มีรากชัดเจนจากบทกวี 《佳人》 Jiārén — หญิงงาม ของตู้ฝู่
ต้นฉบับเขียนว่า
但見新人笑,那聞舊人哭。
ซึ่งหมายถึง
“เห็นแต่คนใหม่หัวเราะ ที่ไหนเลยจะได้ยินคนเก่าร้องไห้”
บทกวี 佳人 เล่าเรื่องหญิงคนหนึ่งซึ่งชีวิตตกต่ำและถูกสามีทอดทิ้งไปหาหญิงใหม่ จึงทำให้คำว่า 新人 — คนใหม่ และ 舊人 — คนเก่า มีความหมายที่เจ็บปวดเป็นพิเศษ
Huang An เปลี่ยนคำเพียงเล็กน้อย
จาก
但見新人笑,那聞舊人哭
เป็น
由來只有新人笑,有誰聽到舊人哭
แต่ความหมายยังเหมือนเดิม
โลกมักสนใจความสุขของรักครั้งใหม่
ส่วนคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
จะร้องไห้อย่างไร
แทบไม่มีใครได้ยิน
“ความรัก” เพียงสองตัวอักษร เหตุใดจึงหนักหนานัก
愛情兩個字 好辛苦
Àiqíng liǎng ge zì, hǎo xīnkǔ
แปลตรงตัวคือ
ตัวอักษรสองตัว “愛情”
ช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน
ในภาษาจีนคำว่า 愛情 — àiqíng ประกอบด้วยอักษรสองตัว
愛 — รัก
情 — ความรู้สึก / ความผูกพัน
ถ้าแปลไทยตรง ๆ ว่า “คำว่าความรักสองตัวอักษร” อาจฟังแข็ง ฉันจึงชอบถ่ายทอดว่า
เพียงคำว่า “ความรัก”
เหตุใดจึงช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน
ประโยคง่ายมาก
แต่หลังจากเพลงเพิ่งพูดถึงคนใหม่และคนเก่า มันกลับหนักขึ้นทันที
เพราะผู้เล่าไม่ได้ถามว่า
“ทำไมเขาถึงไม่รักฉัน”
แต่เริ่มถามคำถามที่ใหญ่กว่า
ทำไมการรักใครสักคนจึงเป็นเรื่องยากถึงเพียงนี้
ควรรู้ความจริง หรือควรทำเป็นไม่รู้?
是要問一個明白
Shì yào wèn yí ge míngbai
還是要裝作糊塗
Háishì yào zhuāngzuò hútu
知多知少難知足
Zhī duō zhī shǎo, nán zhīzú
ฉันแปลว่า
ควรถามให้รู้แจ้งกันไป
หรือควรแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
จะรู้น้อยหรือรู้มาก
ใจคนก็ยากนักที่จะรู้จักพอ
นี่อาจเป็นท่อนที่ “ผู้ใหญ่” ที่สุดของเพลง
เวลาความสัมพันธ์เริ่มผิดปกติ เรามักคิดว่า
ถ้ารู้ความจริงทั้งหมด เราจะสบายใจ
แต่ความจริงไม่ได้ทำให้สบายใจเสมอไป
รู้ว่าเขาเปลี่ยนไปเมื่อไร
รู้ว่าเพราะอะไร
รู้ว่ามีใครอีกคนหรือไม่
รู้ว่าอะไรที่เราเคยเชื่อนั้นไม่จริง
คำถามของเพลงจึงไม่ใช่เพียง
“อะไรคือความจริง?”
แต่คือ
“เราจำเป็นต้องรู้ทุกอย่างจริงหรือ?”
เพราะบางครั้ง
รู้น้อยก็ทรมานเพราะสงสัย
รู้มากก็ทรมานเพราะรู้มากเกินไป
ดังนั้น
知多知少難知足
ไม่ว่าจะรู้มากหรือรู้น้อย
ใจก็ยังไม่พอ
แล้ว “鴛鴦蝴蝶” คืออะไรกันแน่?
จากตรงนี้เรามาถึงหัวใจของชื่อเพลง
看似個鴛鴦蝴蝶
Kàn sì ge yuānyāng húdié
不應該的年代
Bù yīnggāi de niándài
การแปลแบบคำต่อคำว่า
“ดูเหมือนเป็ดแมนดารินกับผีเสื้อ”
จะทำลายความหมายเกือบทั้งหมด
เพราะทั้ง 鴛鴦 — yuānyāng และ 蝴蝶 — húdié มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมจีน
鴛鴦 — ยวนยาง
鴛鴦 คือเป็ดแมนดาริน
ในวัฒนธรรมจีนมักปรากฏเป็นคู่ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของ
คู่ครอง
ความรัก
สามีภรรยา
การอยู่เคียงกัน
แม้ความรู้ทางธรรมชาติสมัยใหม่อาจทำให้ภาพ “รักเดียวตลอดชีวิต” ของเป็ดแมนดารินไม่ตรงตามชีววิทยาทุกประการ แต่ในเชิงวรรณกรรม สัญลักษณ์นี้ฝังแน่นมานานมาก
น่าสนใจอย่างยิ่งว่าในบท 佳人 ของตู้ฝู่ ซึ่งเป็นต้นทางของท่อน “คนใหม่หัวเราะ คนเก่าร้องไห้” ก็มีคำว่า
鴛鴦不獨宿
ยวนยางไม่หลับเพียงลำพัง
อยู่ก่อนหน้าวรรคนั้นด้วย
จึงยิ่งทำให้ภาพ “鴛鴦” ในเพลงนี้เชื่อมโยงกับวรรณกรรมรักโบราณอย่างสวยงาม
蝴蝶 — ผีเสื้อ
ส่วน “ผีเสื้อคู่” ในวัฒนธรรมจีนชวนให้นึกถึงเรื่อง
梁山伯與祝英台
Liáng Shānbó yǔ Zhù Yīngtái
หรือที่โลกตะวันตกรู้จักกันในชื่อ Butterfly Lovers
เรื่องรักโศกนาฏกรรมซึ่งมักถูกเปรียบกับ Romeo and Juliet ของจีน
ภาพของคู่รักที่ท้ายที่สุดกลายเป็นผีเสื้อแล้วบินเคียงกัน จึงทำให้ “ผีเสื้อคู่” กลายเป็นอีกหนึ่งภาพของความรักที่แม้โลกมนุษย์ไม่อาจทำให้สมหวัง แต่ความรักยังคงอยู่เหนือข้อจำกัดนั้น
“รักแบบนี้อาจเกิดผิดยุค”
กลับมาที่
看似個鴛鴦蝴蝶
不應該的年代
ฉันอยากถ่ายทอดว่า
ประหนึ่งยวนยางคู่เคียง
ประหนึ่งผีเสื้อคู่ฝัน
แต่ความรักเช่นนั้น
ราวกับเกิดขึ้นผิดยุคผิดสมัย
สิ่งที่น่าสนใจคือเพลงไม่ได้พูดว่า
不應該的愛情 — ความรักที่ไม่ควรเกิด
แต่ใช้
不應該的年代 — ยุคสมัยที่มันไม่ควรอยู่
ความต่างเล็กน้อยนี้ทำให้ความหมายสวยขึ้นมาก
บางทีความรักไม่ได้ผิด
คนสองคนก็ไม่ได้ผิด
เพียงแต่
โลกที่พวกเขาอยู่ อาจไม่มีที่สำหรับความรักเช่นนั้นอีกแล้ว
มันจึงมีความรู้สึกของคนที่ยังฝันถึงความรักแบบโบราณ
รักเดียว
อยู่เคียงกัน
ไม่ทอดทิ้งกัน
ท่ามกลางโลกสมัยใหม่ซึ่งเปลี่ยนแปลงเร็วและเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจ
“鴛鴦蝴蝶” ยังมีความหมายทางวรรณกรรมอีกชั้นหนึ่ง
คำว่า 鴛鴦蝴蝶 ยังทำให้นึกถึง
鴛鴦蝴蝶派 — สำนักยวนยางผีเสื้อ
กลุ่มวรรณกรรมประชานิยมช่วงปลายราชวงศ์ชิงถึงต้นสาธารณรัฐจีน ซึ่งผลงานจำนวนมากเกี่ยวข้องกับความรัก ความพลัดพราก โศกนาฏกรรม และชะตากรรมของคู่รัก
ชื่อ “鴛鴦蝴蝶” มีที่มาจากภาพแทนคู่รักที่ปรากฏซ้ำ ๆ ในวรรณกรรมประเภทนี้ โดยมีการเชื่อมโยงกับวรรคในนวนิยาย 花月痕 ที่กล่าวถึงยวนยางและผีเสื้อ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่า Huang An ตั้งชื่อเพลงเพื่ออ้างอิง “สำนักยวนยางผีเสื้อ” โดยตรง เพราะฉันยังไม่พบคำยืนยันชัดเจนจากตัวผู้แต่ง
แต่ในทางวรรณศิลป์ การเชื่อมโยงนั้นน่าสนใจมาก
เพราะเพลงนี้เองก็คือ
เรื่องรัก
ความพลัดพราก
คนใหม่
คนเก่า
ความฝัน
และความไม่สมหวัง
แทบจะอยู่ในโลกเดียวกันพอดี
ไม่มีใครหลุดพ้นจากความเศร้าของโลกมนุษย์
可是誰又能擺脫
Kěshì shéi yòu néng bǎituō
人世間的悲哀
Rénshìjiān de bēi'āi
แต่แล้วใครบ้างเล่า
จะหลุดพ้นจากความเศร้าแห่งโลกมนุษย์ได้
ตรงนี้เพลงเปลี่ยนขนาดของเรื่องอย่างเงียบ ๆ
ก่อนหน้านี้เรายังพูดถึง
คนรักเก่า
คนรักใหม่
ความจริง
ความไม่พอใจ
แต่ทันทีที่มาถึงคำว่า
人世間 — โลกมนุษย์
เรื่องส่วนตัวกลับกลายเป็นเรื่องของมนุษย์ทุกคน
ไม่ใช่เฉพาะ “ฉัน” ที่ผิดหวังในความรัก
แต่ตราบใดที่เราเป็นมนุษย์
เราต้องเผชิญ
การจากลา
การเปลี่ยนใจ
การสูญเสีย
ความตาย
สิ่งที่อยากได้แต่ไม่ได้
และสิ่งที่มีอยู่แต่รักษาไว้ไม่ได้
ดังนั้นความรักในเพลงจึงเป็นเพียงประตูบานหนึ่ง
ข้างหลังประตูนั้นคือคำถามเกี่ยวกับชีวิตทั้งหมด
花花世界 — โลกอันพร่างพราว
花花世界 鴛鴦蝴蝶
Huāhuā shìjiè, yuānyāng húdié
在人間已是癲
Zài rénjiān yǐ shì diān
ถ้าแปลตรงเกินไปคำว่า 花花世界 อาจกลายเป็น “โลกดอกไม้”
แต่ความหมายจริงกว้างกว่านั้นมาก
花花世界 ใช้หมายถึงโลกมนุษย์ที่
พร่างพราว
เต็มไปด้วยสีสัน
สิ่งล่อตาล่อใจ
ความอยาก
ความวุ่นวาย
และเรื่องทางโลก
ฉันจึงขอแปลว่า
ท่ามกลางโลกอันพร่างพราว
ยวนยางเคียงคู่ ผีเสื้อคู่ฝัน
เพียงรักกันอยู่ในโลกมนุษย์
ก็มากพอให้คนเราคลั่งไคล้แล้ว
คำว่า
癲 — diān
ตามตัวอักษรสามารถหมายถึงบ้า คลุ้มคลั่ง หรือเสียสติ
แต่ในเพลงไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่า “เป็นบ้า” ตามความหมายทางการแพทย์
มันใกล้กับ
บ้ารัก
คลั่งรัก
หลงใหลจนลืมตัว
มากกว่า
มนุษย์เราอยู่ในโลกที่วุ่นวายพออยู่แล้ว
แต่เรายังยอมเอาตัวเองเข้าไปในเรื่องที่เรียกว่า
ความรัก
ทั้งที่รู้ว่ามันสามารถทำให้เรามีความสุขที่สุด
และเจ็บปวดที่สุดได้ในเวลาเดียวกัน
แล้วเราจะขึ้นสวรรค์ไปทำไม?
ท้ายที่สุดเพลงมาถึงสองบรรทัดที่ฉันคิดว่างดงามที่สุด
何苦要上青天
Hékǔ yào shàng qīngtiān
不如溫柔同眠
Bùrú wēnróu tóng mián
แปลตรงตัวคือ
จะลำบากไขว่คว้าขึ้นสวรรค์ไปทำไม
สู้นอนเคียงกันอย่างอ่อนโยนเสียยังดีกว่า
แต่ถ้าอ่านทั้งเพลงมาก่อน บรรทัดนี้มีความหมายมากกว่านั้น
มนุษย์พยายามตามหา
รักนิรันดร์
รักที่ไม่มีวันเปลี่ยน
รักในอุดมคติ
รักที่จะอยู่จนถึงสวรรค์
แต่เพลงกลับถามอย่างเรียบง่ายว่า
จะไปถึงสวรรค์ทำไม?
ในเมื่อสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ อาจเป็นแค่
วันนี้ยังมีคนหนึ่งอยู่ข้างเรา
และคืนนี้ยังได้นอนเคียงกันอย่างอ่อนโยน
ฉันจึงชอบแปลสองบรรทัดนี้ว่า
ใยต้องไขว่คว้าถึงฟากฟ้าสวรรค์
เมื่อความสุขอาจเป็นเพียง
การได้หลับเคียงกันอย่างอ่อนโยน
มันไม่ใช่คำประกาศรักยิ่งใหญ่
ตรงกันข้าม
มันเป็นความรักที่ลดความทะเยอทะยานลงจนเหลือเพียงสิ่งธรรมดามากที่สุด
ไม่ต้องเป็นนิรันดร์ก็ได้
ขอเพียงตอนที่เรายังมีเวลา
เรายังอยู่ข้างกัน
เนื้อเพลงฉบับอ่านต่อเนื่อง
昨日像那東流水
Zuórì xiàng nà dōng liúshuǐ
วานวันดุจสายน้ำที่ไหลลับสู่บูรพา
離我遠去不可留
Lí wǒ yuǎn qù bù kě liú
ห่างจากฉันไปทุกที มิอาจเหนี่ยวรั้งไว้
今日亂我心 多煩憂
Jīnrì luàn wǒ xīn, duō fányōu
วันนี้กลับรบกวนหัวใจ เต็มไปด้วยความทุกข์กังวล
抽刀斷水水更流
Chōu dāo duàn shuǐ, shuǐ gèng liú
ชักดาบฟันสายน้ำ แต่น้ำกลับยิ่งไหล
舉杯消愁愁更愁
Jǔ bēi xiāo chóu, chóu gèng chóu
ยกจอกหวังดับทุกข์ ทุกข์กลับยิ่งทวี
明朝清風四飄流
Míngzhāo qīngfēng sì piāoliú
รุ่งพรุ่งนี้ ปล่อยสายลมใสพัดล่องไปทั่วสารทิศ
由來只有新人笑
Yóulái zhǐ yǒu xīnrén xiào
แต่ไหนแต่ไร ผู้คนได้ยินแต่เสียงหัวเราะของคนใหม่
有誰聽到舊人哭
Yǒu shéi tīngdào jiùrén kū
แล้วใครบ้างจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของคนเก่า
愛情兩個字 好辛苦
Àiqíng liǎng ge zì, hǎo xīnkǔ
เพียงคำว่า “ความรัก” เหตุใดจึงเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้
是要問一個明白
Shì yào wèn yí ge míngbai
ควรถามทุกสิ่งให้รู้แจ้งกันไป
還是要裝作糊塗
Háishì yào zhuāngzuò hútu
หรือควรแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
知多知少難知足
Zhī duō zhī shǎo, nán zhīzú
จะรู้น้อยหรือรู้มาก ใจคนก็ยากนักที่จะรู้จักพอ
看似個鴛鴦蝴蝶
Kàn sì ge yuānyāng húdié
ประหนึ่งยวนยางคู่เคียง ประหนึ่งผีเสื้อคู่ฝัน
不應該的年代
Bù yīnggāi de niándài
แต่ความรักเช่นนั้นราวกับเกิดผิดยุคผิดสมัย
可是誰又能擺脫
Kěshì shéi yòu néng bǎituō
แต่ใครบ้างเล่า จะสามารถหลีกหนีพ้น
人世間的悲哀
Rénshìjiān de bēi'āi
จากความเศร้าแห่งโลกมนุษย์
花花世界 鴛鴦蝴蝶
Huāhuā shìjiè, yuānyāng húdié
ท่ามกลางโลกอันพร่างพราว ยวนยางเคียงคู่ ผีเสื้อคู่ฝัน
在人間已是癲
Zài rénjiān yǐ shì diān
เพียงความรักในโลกมนุษย์ ก็มากพอให้คนเราคลั่งไคล้
何苦要上青天
Hékǔ yào shàng qīngtiān
ใยต้องดิ้นรนไขว่คว้าถึงฟากฟ้าสวรรค์
不如溫柔同眠
Bùrú wēnróu tóng mián
มิสู้อยู่เคียงกัน แล้วหลับใหลในความอ่อนโยน
เมื่อฟังจนจบ เพลงนี้กำลังพูดอะไร?
ถ้ามองเพียงผิวหน้า 新鴛鴦蝴蝶夢 คือเพลงของคนที่กำลังผิดหวังในความรัก
แต่เมื่อเห็นที่มาของถ้อยคำต่าง ๆ แล้ว ภาพเปลี่ยนไปมาก
ท่อนแรกยืมความคิดจาก หลี่ไป๋
สิ่งที่ผ่านไปแล้วรั้งไว้ไม่ได้
ความทุกข์ยิ่งพยายามหนีก็ยิ่งตามมา
ท่อนที่สองสนทนากับ ตู้ฝู่
คนใหม่กำลังหัวเราะ
ส่วนคนเก่าที่ถูกทอดทิ้งไม่มีใครฟังเสียงร้องไห้
จากนั้นเพลงตั้งคำถามของตัวเอง
จะเอาความจริง หรือจะแกล้งไม่รู้?
เพราะรู้มากก็ไม่พอ รู้น้อยก็ไม่พอ
แล้วเดินไปถึงความฝันแบบ 鴛鴦蝴蝶
ความรักที่อยากอยู่เคียงกันเหมือนคู่ยวนยาง
และอยากบินจากโลกที่ไม่ยอมรับมันเหมือนผีเสื้อคู่
ก่อนจะยอมรับว่า
ไม่มีใครหนีพ้นความทุกข์ของโลกมนุษย์
และจบอย่างเรียบง่ายว่า
ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องตามหาสวรรค์แล้ว
ขอเพียงคืนนี้ยังได้อยู่ข้างกันก็พอ
จาก “เมื่อวาน” สู่ “พรุ่งนี้”
หากจะย่อเพลงทั้งเพลงให้เหลือเพียงสามคำ ฉันอาจเลือก
昨日 — เมื่อวาน
今日 — วันนี้
明朝 — พรุ่งนี้
เมื่อวานผ่านไปแล้ว
วันนี้ยังเต็มไปด้วยความทุกข์
แต่พรุ่งนี้...
บางทีเราอาจปล่อยมันไปได้เสียที
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ 新鴛鴦蝴蝶夢 ยังฟังแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นเพียง “เพลงรักจีนเก่า ๆ”
เพราะภายใต้ทำนองเรียบง่าย มีทั้งหลี่ไป๋ ตู้ฝู่ ภาพยวนยาง ผีเสื้อ โลกมนุษย์ และคำถามที่ไม่เคยเก่าเลยว่า
เมื่อเรารู้ว่าความรักไม่มีอะไรรับประกัน
เรายังควรรักอยู่หรือไม่?
เพลงไม่ได้ตอบว่าอย่ารัก
ตรงกันข้าม มันตอบอย่างอ่อนโยนมากว่า
รักไปเถิด
เพราะในเมื่อไม่มีใครหลีกพ้นความเศร้าแห่งโลกมนุษย์ได้
เราก็ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้ความรักพาเราไปถึงสวรรค์
บางที...
เพียงได้อยู่เคียงกันในคืนหนึ่งของชีวิต
ก็อาจเป็นสวรรค์ที่มากพอแล้ว
《新鴛鴦蝴蝶夢》 — Xīn Yuānyāng Húdié Mèng
ถ้าจะตั้งชื่อไทยโดยรักษาภาพของต้นฉบับไว้ ฉันชอบคำว่า
“ฝันใหม่แห่งยวนยางและผีเสื้อ”
เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงความฝันของคู่รัก
แต่มันคือความฝันเก่าแก่ของมนุษย์ที่ถูกเล่าขึ้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า—
ขอเพียงรักใครสักคน
แล้วให้คนนั้นยังอยู่ข้างเรา